บมจ. โตเกียวมารีนประกันชีวิต ประกาศเพิ่มทุนครั้งใหญ่ 3,300 ล้านบาท เสริมศักยภาพการแข่งขัน พร้อมเผยผลประกอบการปี 2568 เบี้ยรวมพุ่งทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ทำกำไร 400 ล้าน เผยแผนปี 69 งัดกลยุทธ์เดินหน้าต่อยอดแบบประกันใหม่ - ปัดฝุ่นประกันเด็กคืนสู่ตลาด ตั้งเป้าเบี้ยรวมโต 4% ลั่นตัวแทนยังเป็นจุดแข็ง มุ่งเพิ่มตัวแทนเป็น 8 พันคน พร้อมปรับพอร์ตลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาล เพิ่มหุ้นเทศ-หุ้นกู้ คาดผลตอบแทนเพิ่ม 0.8% แตะ 4%
กรุงเทพฯ – มร.ทาคาชิ ไซโตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเพิ่มทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582,625,030 บาท โดยการเพิ่มทุนเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเสถียรภาพ พร้อมเดินหน้าปี 2569 วางกลยุทธ์เชิงรุกสร้างการเติบโตในระยะยาว
“ปัจจุบันตลาดประกันชีวิตไทยยังคงเผชิญสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ลูกค้าต้องการแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคงการเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ และการประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาเหมาะสมจับต้องได้การเพิ่มทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างรากฐานแห่งความไว้วางใจดังกล่าว และช่วยให้สามารถรับความเสี่ยงที่ผ่านการประเมินแล้ว เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากขึ้น เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และพัฒนาเครื่องมือรวมถึงโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI”
คุณยุวดี เฉลิมศรีภิญโญรัช รองกรรมการผู้จัดการ-บริหารการเงิน เปิดเผยตัวเลข บริษัทมีผลประกอบการเบี้ยประกันภัยรับรวม10,473 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,294 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% เบี้ยชำระครั้งเดียว 700 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33 % และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 8,479ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ปี 2568 เป็นปีแรกที่ธุรกิจประกันชีวิตปรับเข้าสู่มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 ซึ่งโตเกียวมารีนยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดยมีประมาณการกำไรก่อนหักภาษี 440 ล้านบาท เติบโต 65% จากปีก่อน แบ่งเป็นกำไรจากการประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่าย 300 ล้านบาท กำไรจากการลงทุน 100 ล้านบาท
และรายได้อื่น 40 ล้านบาท
ทิศทางปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,900 ล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1,380 ล้านบาท เบี้ยชำระครั้งเดียว 420 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 9,100 ล้านบาท และในปีนี้ บริษัทมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนดังนี้ เพิ่มการลงทุนในหุ้นจาก 2% เป็น 7% ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ ,เพิ่มสัดส่วนหุ้นกู้เอกชนจาก 5% เป็น 15% ,ลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลจาก 85% เป็น 70% คาดช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากประมาณ 3.0% - 3.3% เป็น 3.8% - 4.0%ของพอร์ตลงทุนราว 60,000 ล้านบาท
“ปี 2568 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับธุรกิจประกันชีวิต ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกประเทศและภายในประเทศ รวมถึงการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในเงื่อนไขสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐานที่มีการนำระบบ Co-payment มาใช้ ส่งผลให้เกิดความต้องการสัญญาประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรก ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงต่อเนื่องตลอดปี ทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง บริษัทที่จะอยู่รอดได้จะต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อทุก ๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปรับพอร์ตลงทุนนี้จะช่วยเพิ่มผลตอบแทน 0.8% หลายร้อยล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” คุณยุวดี กล่าว
ดร. สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการ และสายงานตัวแทน แถลงผลประกอบการช่องทางการขายผ่านตัวแทนของบริษัทมีการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งโดยในปี 2568 ที่ผ่านมาช่องทางตัวแทนผลิตผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,314 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,206 ล้านบาท (เป็นเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว 321 ล้านบาท) และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 6,108 ล้านบาท โดยมีเบี้ยจากผลิตภัณฑ์ ILP เกือบ 70 ล้านบาท ด้านจำนวนตัวแทนมากกว่า 6,500 คน
สำหรับในปี 2569 ช่องทางการขายผ่านตัวแทน ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยปีแรก 1,100 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 6,503 ล้านบาท รวมเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,603 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนตัวแทนให้ได้ 8,000 คน
“จากการที่โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์เพิ่มทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้ ทำให้สถานะเงินทุนของบริษัทมั่นคงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของโตเกียวมารีนประกันชึวิตประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนนี้ บริษัทจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกช่วงชีวิต อีกทั้งขยายช่องทางการขายผ่านตัวแทน ซึ่งเป็นช่องทางการขายหลักให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญการลงทุนนี้สะท้อนถึงความมุ่งมันในการดำเนินธุรกิจระยะยาวของโตเกียวมารีนประกันชีวิต
“ผมขอขอบคุณลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจในโตเกียวมารีนประกันชีวิตประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนในขณะนี้ ขอบคุณพลังตัวแทนฝ่ายขายทุกท่านที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักทำให้ช่องทางการขายผ่านตัวแทน สร้างผลงานได้อย่างเหนือความคาดหมายตลอดระยะเวลา16 ปีที่ผ่านมา สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยจะมีการเปิดตัวสินค้าสุขภาพNo-Claim Bonus ซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 30% และประกันสุขภาพเด็กแผนใหม่ในเร็วๆ นี้ ในปี 2569 นี้ บริษัทพร้อมยกระดับขีดความสามารถและภาพลักษณ์ตัวแทนโตเกียวมารีนให้ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการนำเสนอขาย และให้บริการที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว แม่นยำ ยิ่งขึ้น” ดร.สมโพชน์ กล่าว
ทั้งนี้การเพิ่มทุนมีวัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนมีด้วยกัน 3 ประการ คือ
1. สร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจ และรองรับความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากบริษัทพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเงินทุนเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แม้จะเผชิญความท้าทายในตลาด แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าใหม่ๆที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นรากฐาน
2. เสริมสร้างฐานะทางการเงิน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มทุนเชิงรุกในครั้งนี้มิได้เกิดจากความจำเป็นระยะสั้น แต่เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อจะรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต
3. แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เพราะการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงมาตรการทางการเงิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ มองประเทศไทยเป็นพันธมิตรการเติบโตที่ยั่งยืนระยะยาว และจะส่งมอบคุณค่าที่ดีให้อย่างต่อเนื่อง