ส. ส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ผนึกกำลัง สภาทนายความ เพิ่มความรู้ ประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพ ด้านคดีความที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน หรือตลาดหุ้น ให้ทนายความทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าตั้ง “ศูนย์ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม - Class Action” รองรับการหลอกลวงและฉ้อฉลมนุษย์ จนเกิดความเสียหายให้กับผู้ลงทุนรายบุคคล หรือรายย่อย อย่างกว้างขวาง
นาย ยิ่งยง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เตรียมการจัดตั้ง “ศูนย์ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม - Class Action” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2558 ว่าด้วยการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้ว เมื่อ วันที่ 08 ธันวาคม2558 มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติชัดเจนมากขึ้น เพราะหลังมีกฎหมายแล้ว ยังไม่เกิดการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ในทางกลับกันยังพบว่าสถิติของผู้กระทำความผิด มีจำนวนมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะกรณีการมีภัยในตลาดทุน โดยเฉพาะ การฉ้อฉลที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ จนเกิดความเสียหายให้กับผู้ลงทุนรายบุคคล หรือรายย่อย อย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ จากผลการวิจัยของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ปัจจัยเหตุส่วนหนึ่ง มาจากการเริ่มต้นคดีความของ “ทนายความ” ที่จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลอันเป็นสารตั้งต้นของการเดินทางตามกระบวนการยุติธรรมนั้น ยังอาจต้องเติมความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเยียวยาผู้เสียหายในการดังกล่าว
ดังนั้นทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยจึงได้ ผนึกความร่วมมือกับสภาทนายความในพระบรมราชูปภัมภ์ เปิดหลักสูตรให้กับสมาชิกของสภาฯ ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศกว่า 8 หมื่นคน ได้อบรมและเพิ่มความรู้คดีที่เกี่ยวกับตลาดทุน
“คดีเรื่องการฟ้องคดีแบบกลุ่ม เป็นเรื่องใหม่ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ประสบการณ์ ความรู้ความคิดเห็น จากหลากหลายฝ่าย มาช่วยกันต่อเติม ตกผลึก และนำไปสู่การยกร่างศูนย์ฯ อย่างเป็นรูปธรรมได้ในอนาคต และเป็นความร่วมมือที่จะนำไปสู่มรรคผล ของการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งช่วยทำให้เกิดบรรยากาศแห่งการมีเสถียรภาพด้านการลงทุน บนหลักการ มีธรรมาภิบาลที่ดีได้อีกทางหนึ่ง” นายยิ่งยงกล่าว
ด้าน ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปภัมภ์ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องใหม่ ของวิชาชีพทนายความ ในการเพิ่มความรู้ เติมประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพด้านคดีความที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน หรือตลาดหุ้นที่ซื้อขายกันอยู่ทุกวัน เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับพี่น้องประชาชน-นักลงทุน อาชีพทนายความ ย่อมเป็นที่พึ่ง ในการแสวงหาความยุติธรรม และการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ในรูปแบบต่างๆ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ตรงกับอรรถพจน์การทำงานของสภาทนายฯ อีกด้วย”