‘
MGC วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ พัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจภายใต้กลุ่ม MGC-ASIA สู่ธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต ครอบคลุมทุกวงจรการใช้บริการของลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมเดินหน้าเสนอขาย IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ปคอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC ผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ภายใต้ชื่อ‘MGC-ASIA Ecosystem’ เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดช่วงเวลาและราคาที่จะเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อนำเงินมารองรับการขยายธุรกิจสร้างการเติบโตที่มั่นคง โดย MGC-ASIA วางเป้าหมายการเติบโตผ่านการดำเนินงานตามกลยุทธ์หลัก และขยายพอร์ตไปสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเติบโตสูง และพร้อมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าภายในระบบนิเวศทางธุรกิจ และขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งมุ่งขยายฐานสินค้าและบริการให้ครอบคลุมทุกมิติ
ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด เพื่อให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับยานยนต์ระดับลักชัวรี่ และมารีน เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม-ลักชัวรี่พร้อมเล็งเห็นความต้องการด้านประกันภัยจากกลุ่มลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ จึงขยายการลงทุนสู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ผ่านการร่วมมือกับ ฮาวเด้น กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์รายใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อขยายระบบนิเวศทางธุรกิจตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
“ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจุดแข็งและความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม จากการที่เราได้มุ่งพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ภายใต้ชื่อ ‘MGC-ASIA Ecosystem’ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้แก่กลุ่มธุรกิจหลัก โดยการขยายสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทุกวงจรการใช้บริการของลูกค้า และการแสวงหาโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ทั้งจากการร่วมมือภายในกลุ่มบริษัทฯ และพันธมิตรชั้นแนวหน้าในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว”
ทั้งนี้ ภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่ม MGC-ASIA มีสินค้าและบริการที่หลากหลาย และบริการครบวงจร ตอบสนองความต้องการให้ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมประกอบด้วย ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และบิ๊กไบค์ระดับโลก ได้แก่ Rolls-Royce, BMW, MINI, Honda, BMW Motorrad และ Harley-Davidson ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือยอชท์ Azimut รายเดียวในประเทศไทย และผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือแม่น้ำ Chris-Craft แต่เพียงผู้เดียวในไทยและอาเซียน รวมถึงรถยนต์มือสองพร้อมการรับประกันธุรกิจจัดหาลูกค้าสำหรับบริการให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว VistaJet และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ ธุรกิจบริการหลังการขายและซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมพนักงานขับ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและช่วยเสริมสร้างรายได้ระยะยาว อาทิ บริการทางการเงินครบวงจร สำหรับยานยนต์หรูและมารีน (Alpha X) นายหน้าประกันภัย (Howden Maxi) บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล เป็นต้น
นางสาวเจิดนภางค์ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชีกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป
คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC กล่าวว่า มิลเลนเนียม กรุ๊ป MGC-ASIA มีวัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อนำไปลงทุนในบริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด บริษัทมาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงชำระเงินกู้จากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจรองรับการเติบโตในอนาคต
“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 แต่ตลาดลักชัวรี่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเซกเมนต์อื่นๆและในบางภูมิภาคสามารถเติบโตสวนกระแสจากการขยายตัวของฐานลูกค้าที่มีอายุเฉลี่ยต่ำลงและมีความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์แม้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชิ้นส่วนขาดแคลน แต่ตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่ยังเป็นที่ต้องการสูง สะท้อนจากยานยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่สร้างยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการมีพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทำให้ภาพรวมรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การบริหารความเสี่ยงและการปรับตัวทางกลยุทธ์ ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีผลประกอบการเติบโตอย่างมั่นคง “ นางสาวเจิดนภางค์ กล่าว
ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2563 2564 และ 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 20,275.3 ล้านบาท 21,350.3 ล้านบาท และ 23,076.2 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.7% ต่อปี ส่วนกำไรสุทธิปี 2563 2564 และ 2565 อยู่ที่ 188.8 ล้านบาท 295.5 ล้านบาทและ 595.6 ล้านบาท ตามลำดับ จากการเพิ่มของรายได้จากการขายและบริการ การเพิ่มของอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่สัดส่วนต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย ผลประกอบเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายวราห์ สุจริตกุล ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่าล่าสุด กลุ่มบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้วและอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดช่วงเวลาและราคาที่จะเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป
เป็นครั้งแรก (IPO) รวมไม่เกิน 280,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
สำหรับมิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA มีแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำอย่าง Rolls-Royce BMW และ MINI ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน รวมถึงมีบริการหลังการขาย ศูนย์ซ่อมบำรุงอิสระ บริการทางการเงิน ประกันภัย และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องครบวงจร และยังมีโอกาสในการเติบโตจากการได้รับสิทธิที่จะลงทุนในแบรนด์Peugeot Jeep และ Maserati ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้กลุ่ม Stellantis รวมไปถึงแบรนด์Aston Martin ผนวกกับสภาพอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์และอุปทานภายหลังสถานการณ์ โควิด-19