Public Relation

SCB WEALTH     จัดสัมมนาเจาะลึกเศรษฐกิจจีนทางเลือกลงทุนในช่วงเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย  เสืร์ฟลูกค้า Privilege 
25 พ.ค. 2566

SCB WEALTH   เดินหน้ารุกด้าน Financial Privilege มุ่งเน้นการมอบเอกสิทธิ์ทางการเงินและการลงทุน เพื่อนำไปต่อยอดความมั่งคั่งและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ผ่านกิจกรรมสัมมนา ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา และอาจารย์ด้านกฎหมายและเศรษฐกิจระหว่างประเทศคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย นางสาวเกษรี  อายุตตะกะ  CFP® ผู้อำนวยการกลยุทธ์การลงทุน SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์  ภายใต้หัวข้อ “ China Reopening: Challenges and Prospects  ” ณ  SCB Investment Center ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

 

ดร.อาร์ม  กล่าวในงานสัมมนาว่า คนจีนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศตนเอง แม้ในระยะสั้น จะเป็นแบบเศรษฐกิจ Square Root Shape กล่าวคือดีดตัวขึ้นหลังเปิดเมืองระยะหนึ่งแล้วทรงตัว  โดยในไตรมาสแรก GDP  Growth  อยู่ที่4.5% จากคาดการณ์ไว้ที่ 4%   การค้าปลีกเติบโต 10% จากการฟื้นตัวการบริโภคภายในประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม  รัฐบาลยังไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่  ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังค้างอยู่   และ ผลประกอบการบริษัทจีนยังไม่ดีอย่างที่คาดหวัง  ทำให้ประชาชนไม่แน่ใจกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ยังระมัดระวังการใช้จ่าย สิ่งที่นักลงทุนในตลาดหุ้นคาดหวัง คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ และอัดฉีดเม็ดเงิน

 

ส่วนในระยะกลางเศรษฐกิจจีนจะโตแบบขั้นบันได  มีทั้งช่วงที่เศรษฐกิจนิ่งๆ และเติบโตสลับกัน  ซึ่งมี 3 ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง คือ  1)รัฐบาลจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจีนกำลังเจอปัญหาเงินฝืด สวนทางกับชาติอื่นที่มีปัญหาเงินเฟ้อ ประชาชนคาดหวังว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย อัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 2)ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเริ่มกลับมา หลังรัฐบาลจีน ให้ความเชื่อมั่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจ  โดยย้ำว่าภาคเอกชนมีความสำคัญกับเศรษฐกิจจีน และ3)ยังมีความท้าทายจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ จะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ส่วนปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ต่างชาติยังลังเลในการเข้ามาลงทุน เพราะไม่มั่นใจว่าความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะลุกลามมากกว่านี้หรือไม่

 

สำหรับเศรษฐกิจจีนในระยะยาว   มีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าประเทศอื่นๆในโลก  ซึ่งสหรัฐฯ เจอปัญหาเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยในอัตราที่สูง  ปัญหาภาคธนาคารขาดเสถียรภาพและปัญหาอสังหาริมทรัพย์  ด้านยุโรป ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน   ส่วนจีน ได้รับผลกระทบจากนโยบาย  zero covid  การปราบปรามภาคเอกชน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี ที่แรงเกินไป รวมทั้ง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่พบว่า จีนได้เลิกนโยบายโควิดและเริ่มกลับมาเน้นภาคเอกชนอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนสนใจ และหาจังหวะเข้าลงทุน 

 

ทั้งนี้  หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นกลุ่มดั้งเดิม  ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค สนับสนุนการฟื้นตัวในช่วงหลังโควิด ส่วนในระยะยาว แนะนำกลุ่ม Soft Tech  ที่ราคามีการปรับลดลงไปมาก จากผลกระทบเรื่องการออกกฎระเบียบจัดการ  จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้  แม้ราคาจะปรับขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ลงทุนได้  นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานสะอาด  ซึ่งรัฐบาลยังสนับสนุนเต็มที่   อาจหาจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับลดลง

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com