Public Relation

ASW เปิดยุทธศาสตร์ปี 65  จับมืออสังหาฯ ชั้นนำของญี่ปุ่น ลุยคอนโดฯย่านบางนา
11 ม.ค. 2565

“ แอสเซทไวส์ ” เปิดกลยุทธ์ขยายธุรกิจ ร่วมทุน “ทาคาระ เลเบ็น” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำญี่ปุ่น ลุยพัฒนาคอนโดฯ โครงการ“แอทโมซ บางนา” มูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท พร้อมเข้าเทกฯ แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน ผู้พัฒนาโครงการคอนโดฯ Maxxi Prime Ratchada-Sutthisan 

นายกรมเชษฐ์  วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ผู้พัฒนาอสังหาฯ เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมทุน (Joint Venture  Agreement) กับบริษัท Takara Leben (ทาคาระ เลเบ็น) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำญี่ปุ่น โดยบริษัทฯจะถือหุ้นในสัดส่วน 51% และทาคาระ เลเบ็น จะถือหุ้นในสัดส่วน 49% โดยจะร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดฯ “แอทโมซ บางนา” มูลค่าโครงการกว่า 2,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการโลว์ไรส์ขนาดใหญ่บนทำเลศักยภาพย่านบางนา ใกล้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และ MRT สายสีเหลือง  ประเดิมเป็นโครงการแรก

นายคาซูอิชิ ชิมาดะ (Kazuichi Shimada) CEO บริษัท ทาคาระ เลเบ็น จำกัด กล่าวว่า บริษัทมองหาพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในแต่ละประเทศ   เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสในการเติบโต โดยแอสเซทไวส์ เป็นบริษัทมหาชนที่มีความมั่นคง และอนาคตไกลในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย และยังมีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจตรงกัน คือ ยึดมั่นในการออกแบบความสุขเพื่อการอยู่อาศัย บริษัทจึงมั่นใจและตัดสินใจร่วมทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

ขณะที่เมื่อวาน บอร์ด บมจ. แอสเซทไวส์ ได้มีมติ เข้าซื้อกิจการบริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน จำกัด ในสัดส่วน 100%  ของทุนจดทะเบียน มูลค่าเงินลงทุน 126.26 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม Maxxi Prime Ratchada-Sutthisan ขนาความสูง 8 ชั้น จำนวน 218 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 570 ล้านบาท อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุทธิสารประมาณ 400 เมตร และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565 โดยปัจจุบันสร้างเสร็จแล้วประมาณ 83%  

“โครงการนี้ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี  สอดคล้องกับหลักการพัฒนาโครงการของแอสเซทไวส์ คือ เน้นสร้างความสุขในการอยู่อาศัย ผ่านทั้งทำเลศักยภาพ ตัวโครงการที่ดี การออกแบบห้องพักที่สวยงามลงตัว และการมอบความสุขด้วยส่วนกลาง (Facility) ที่มอบให้อย่างเต็มที่   โครงการมีกำหนดจะเสร็จสิ้นในไตรมาสแรกของปี 2565 ซึ่งหมายความว่าพร้อมโอนกรรมสิทธิ์เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาโครงการ  ทั้งยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า  เพราะได้อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สูงกว่าการพัฒนาโครงการเองจากที่ดินเปล่า ” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ Takara Leben เป็นบริษัทในเครือ ทาคาระ กรุ๊ป เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวมากว่า 500 โครงการ  ทั้งยังประกอบธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้าและธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่น  ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2515 จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเมื่อปี พ.ศ. 2547 และจะดำเนินธุรกิจครบ 50 ปีในปีนี้  

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com