Public Relation

กองทรัสต์ LHHOTEL เคาะราคาหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ 10 บาท เปิดจองซื้อ 24 – 27 ต.ค.นี้
24 ต.ค. 2566

กองทรัสต์ LHHOTELเคาะราคาหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ 10 บาทต่อหน่วย หลังผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม  เตรียมเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อวันที่ 24 – 27 ต.ค. 2566  คาดเข้าเทรดเดือน พ.ย. นี้  ชูศักยภาพกองทรัสต์โรงแรมที่มีมูลค่าทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมเข้าลงทุนทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” และ“โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 6 เดือนแรกปี2566 สูงกว่า 91% หนุนประมาณการผลตอบแทนปีแรกกว่า 10.5%

 

นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม เปิดเผยว่าหลังจากทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล(LHHOTEL) ได้เสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม/1 ที่ได้รับสิทธิจองซื้อในวันที่ 16 – 20 ตุลาคม 2566 ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ล่าสุด LHHOTEL จึงกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ของหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ 10 บาทต่อหน่วย โดยจะเริ่มเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 24 – 27 ตุลาคม 2566  และคาดว่าจะนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

โดยมีช่องทางงจำหน่ายที่ธนาคารกสิกรไทย  ธนาคารไทยพาณิชย์  และผู้ร่วมจัดจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย , ธนาคารกรุงไทย , บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด, บล.  เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) , บล. ดาโอ จำกัด , บล. พาย  และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  

 

นายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม กล่าวว่า กองทรัสต์ LHHOTEL ได้เดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรม 2 แห่งในพัทยา ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จาก บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัดในเครือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  โดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ LHHOTEL แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อ ได้รับผลตอบรับที่ดีสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ ซึ่ง LHHOTEL เป็นกองทรัสต์กลุ่มโรงแรมชั้นนำที่มีมูลค่าทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้จะมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงประมาณการอัตราจ่ายประโยชน์ตอบแทนภายหลังการเข้าลงทุนในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 10.5%/2 ขณะที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ LHHOTEL ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากสถานการณ์COVID-19 คลี่คลายและเปิดประเทศ รวมถึงทรัพย์สินใหม่ที่จะเข้าลงทุนก็มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

 

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้จะได้รับปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ไฮซีซั่นและนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีของการลงทุนภายใต้ในกองทรัสต์ประเภทโรงแรมที่ได้รับผลบวกจากภาพรวมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว อีกทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่เข้าใกล้จุดสูงสุด ส่งผลดีต่อการลงทุนในกองทรัสต์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทรัสต์ LHHOTEL ที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินโรงแรมแกรนด์เซนเตอร์ พอยต์ ที่ลงทุนแล้ว 3 โครงการในกรุงเทพฯ และกำลังเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ อีก 2 แห่งในพัทยา

 

ดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า กองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินในปัจจุบัน 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21, โรงแรมแกรนด์เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 มีห้องพักรวม1,401 ห้อง โดยผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 ของโรงแรมทั้ง 3 แห่งดังกล่าว มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% และค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 กว่า 20% ขณะที่กองทรัสต์ LHHOTEL กลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทน (จ่ายปันผล) แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/2565 โดยในช่วง 8 เดือนครึ่งของปี 2566 จ่ายปันผลแล้ว 0.88 บาทต่อหน่วย ถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับรอบระยะเวลาเดียวกันตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ ล่าสุดกองทรัสต์เตรียมลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์พัทยา ซึ่งเป็นการกระจายการลงทุนสู่พัทยาเป็นครั้งแรกและจะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์อีกเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท ขณะที่อายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ รวมถึงมีทรัพย์สินกระจายตัวดีขึ้น โดยอยู่ในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45%

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com