Public Relation

SKY โชว์แกร่งตุน Backlog 1.72 หมื่นล. มั่นใจทยอยสร้างรายได้ปี 65 ไม่น้อยกว่า 15%
28 ก.พ. 2565

SKY โชว์ Backlog 1.72 หมื่นลบ. รับรู้ 15% ปีนี้ เตรียมเคาะแผนงานใน Q1/65
          
นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สกาย ไอซีที (SKY) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ ว่า บริษัทยังคงมีการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการต่างๆ ที่จะทยอยรับรู้ต่อเนื่องจากปี 64 พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน
          
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้จากการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาพัฒนาโซลูชันใหม่ และต่อยอดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Digital Platform ที่มีอยู่ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเตรียมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจภายในไตรมาส 1/65
          
"ความต้องการด้านเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนยังคงเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากการทรานส์ฟอร์มองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ทยอยปรับแผนการดำเนินธุรกิจ เปลี่ยนผ่านองค์กรในรูปแบบ Digitalization กันอย่างต่อเนื่อง SKY ในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Platform และ AI Solutions จึงวางภารกิจสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตสู่ New S-Curve พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และเชื่อมต่อ Tech Ecosystem ของประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น" นายสิทธิเดช กล่าว
          
โดยในสิ้นปี 64 บริษัทได้เข้าทำสัญญาและมีมูลค่างานที่รอส่งมอบตามสัญญาในอนาคต (Backlog) อยู่ทั้งสิ้น 1.72 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่า จะทยอยสร้างรายได้เข้ามาภายในปี 65 ไม่น้อยกว่า 15% และทยอยสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
          
ด้านจากผลการดำเนินงานปีบริษัทสามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น 3 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 55.20 ล้านบาท ซึ่งถือว่า ยังรักษาระดับความแข็งแกร่งของบริษัทได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาการส่งมอบงานทั้งด้านการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จ ตลอดจนด้านการบริการ ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ได้ตามกำหนด
          
อีกทั้งบริษัทได้ขยายธุรกิจกลุ่ม Digital Platform เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ในเซ็กเตอร์ใหม่ ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทในด้านการบริหารจัดการกล้องวงจรปิด พัฒนาแพลตฟอร์มระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security Platform) ดูแลความปลอดภัยภายใน 7 กลุ่มอาคาร ภายใต้ชื่อ "TOSSAKAN" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง (Flagship Product) ในการขยายสู่ตลาดภาคเอกชนอย่างเต็มตัว ตามแผนการกระจายรายได้และสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัท
          
"จากภาพรวมในปีทีผ่านมาช่วยให้บริษัทสามารถรักษาสถานะการดำเนินงานเป็นกำไรไว้ได้ แม้จะมีโครงการให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดเข้ามากระทบบ้างก็ตาม" นายสิทธิเดช กล่าว

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com