Public Relation

เคแบงก์ โชว์ผลงาน `บริหารทรัพย์สินครอบครัวกงสี`โตกว่า 10% รุกขยายบริการเป็น `“สำนักงานครอบครัว” ชี้เศรษฐีแห่ใช้บริการ หวั่นะปีหน้าเจอ FATCA-ภาษีที่ดิน
23 พ.ย 2565

เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง โชว์ผลงานบริการวางแผนทรัพย์สินครอบครัวเติบโตต่อเนื่อง ยอด AUM โตกว่า 10% ลุกค้าเศรษฐีรวมกว่า 4 พันราย เกือบ 800 ครอบครัว ที่มีมูลค่าธุรกิจและที่ดินแตะ 1.8 แสนล้าน  พร้อมเดินหน้ายกระดับบริการ “สำนักงานครอบครัว” ขยายขอบเขตบริการบริหารทรัพย์สินครอบครัว ตอบทุกโจทย์ความต้องการลูกค้าเศรษฐีไทย ชี้จุดเปลี่ยนกฎหมายใหม่ๆทั้ง FATCA ภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง โควิด จุดพลุเศรษฐีไทย ต่อคิวขอคำปรึกษาแนะนำทางออก วางแผนดูแลทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ สู่เป้าหมายการเติบโตกับครอบครัวกงสี


นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Excutive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย ผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวเจ้าแรกในไทยเปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีหลายปัจจัยกระตุ้นให้การบริหารจัดการทรัพย์สินครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งวิกฤตเงินเฟ้อ ความผันผวนของตลาดลงทุน ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลอดจนนโยบายต่างๆที่มีผลต่อภาระต้องจ่ายภาษี เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่าง สรรพากรไทยและรัฐบาลสหรัฐฯ (FATCA) รวมถึงรัฐบาลชาติอื่นๆ ภายใต้ความตกลง Common Reporting Standard หรือ CRS ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2566  เช่นเดียวกับการเก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ที่รัฐเดินหน้าเก็บในปีหน้า ล้วนส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มบุคคลสินทรัพย์สูงเกิดความตื่นตัวในการวางแผนทรัพย์สินครอบครัวและต้องการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านภาษีมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ จำนวนสมาชิกในครอบครัวที่มีมากขึ้น จากเดิมที่เป็นการส่งต่อจากรุ่นที่ 1 ไปรุ่นที่ 2 ปัจจุบัน เป็นการส่งต่อจากรุ่นที่ 2 ไปรุ่นที่ 3 หรือจากรุ่นที่ 3 ไปรุ่นที่ 4 มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้การส่งต่อทรัพย์สินมีขั้นตอนและรายละเอียดที่มากขึ้นไปด้วย จากผลสำรวจโดย Lombard Odier พบว่ากว่า 52% ของเจ้าของธุรกิจครอบครัวไทย เริ่มกลับมาพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับครอบครัว แต่มีเพียง 37% เท่านั้นที่เริ่มลงมือวางแผนแล้ว ช่องวางตรงนี้ทำให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวมีโอกาสดูแลลูกค้าในเรื่องนี้ได้มากขึ้นและเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการตอบโจทย์ลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นไปอีกด้วย 


KBank Private Banking จึงได้ยกระดับการดูแลด้วยการเปิดตัวบริการใหม่ “สำนักงานครอบครัว” (Family Office) ภายใต้ “บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัว” (Family Wealth Planning Service หรือ FWPS) "โดยขยายขอบเขตการให้บริการจากการให้คำปรึกษาเพื่อจัดตั้งและจัดระบบสำนักงานครอบครัว สู่ผู้ช่วยดำเนินการกิจธุระของครอบครัวที่เน้นลงมือปฏิบัติภายใต้กรอบการให้บริการครอบคลุมทั้งหมด 6 ด้าน อันได้แก่ (1) งานจดทะเบียนที่ดิน (2) งานเอกสารกฎหมาย (3) งานจดทะเบียนบริษัท (4) งานติดตามทวงถามหนี้ (5) งานติดตามทรัพย์ (6) บริการจัดเก็บเอกสารสำคัญ 

 


"ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโลกถูกปกคลุมด้วยความเสี่ยงมากขึ้น อย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ก็ทำให้เศรษฐีสูญเสียคนในครอบครัวกันไปไม่คาดคิด ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการจัดการทรัพย์สินต่างๆกับคนในครอบครัวเหล่านี้ อย่างเรื่อง FATCA ก็จะทำให้คนที่มีทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ต้องทำการบริหารจัดการทรัพย์สินต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ครอบครัว  ควรจะเอากลับมาไทยดีหรือไว้ที่เดิมดีกว่า ดูแลเรื่องบริหารจัดการสร้างรายได้ เราจึงขยายบริการให้คำปรึกษาเพื่อจัดตั้งและจัดระบบสำนักงานครอบครัว สู่ผู้ช่วยดำเนินการกิจธุระของครอบครัวที่เน้นลงมือปฏิบัติ การที่เราให้ความสำคัญกับการบริการนี้ เนื่องจากเศรษฐีเหล่านี้ ถือเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย มีธุรกิจที่มีการจ้างงานแก่คนจำนวนมาก เราจึงอยากเห็นเศรษฐีเหล่านี้เติบโตอยู่ยาวไปมากกว่า 2-3 รุ่น ซึ่งการจะสืบทอดไปยาวๆรุ่นสู่รุ่น เศรษฐีเหล่านี้จะต้องมีวางแผนที่ดี"


นายจิรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มความต้องการใช้บริการ “บริหารสินทรัพย์ครอบครัว” มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น  ยิ่งในช่วงนี้ พบว่า กลุ่มครอบครัวเศรษฐีจำนวนมาก เข้ามาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ภาษีใหม่ๆ ปัจจุบัน ธนาคารมีลูกค้าครอบครัวที่วางใจมาใช้บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว หรือ FWPS จำนวน 790 ครอบครัว จำนวนสมาชิกรวม 4,000 ราย  โดยปีนี้ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 10%และมีทรัพย์สินครอบครัวภายใต้การบริหารงานกว่า 180,000 ล้านบาท โดยธนาคารตั้งเป้าว่า ในปี 2566 คาดจะเห็น AUM ที่ใช้บริหารบริหารสินทรัพย์ครอบครัวเพิ่มเป็น 3 แสนล้านบาท 

 

นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Wealth Planning and Non Capital Market Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมบริการสำนักงานครอบครัว (Family Office) จะให้คำแนะนำในการจัดตั้งและดำเนินการของสำนักงานครอบครัวสำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะดำเนินการเอง โดยภายหลังทางธนาคารได้เล็งเห็นความต้องการผู้ช่วยในการดำเนินการจัดการกิจธุระของครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องด้วยการจัดตั้งสำนักงานครอบครับนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งไม่เหมาะกับลูกค้าที่มีครอบครัวขนาดเล็ก หรือลูกค้าที่มีเรื่องต้องจัดการทรัพย์สินครอบครัวเป็นครั้งคราว จึงได้ขยายขอบเขตในการให้บริการ ยกระดับสู่การเป็นผู้ช่วยในการดำเนินการเรื่องต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมด้วย มุ่งตอบทุกโจทย์ความต้องการด้านทรัพย์สินครอบครัวได้อย่างครอบคลุมครบวงจร


"ทุกครอบครัวต้องการทำ 3 เรื่องใหญ่ๆ คือเก็บรักษาธุรกิจให้ยาวนาน สร้างการเติบโตแก่ทรัพย์สินของครอบครัว และส่งต่อธุรกิจครอบครัวไปสู่รุ่นต่อรุ่น โดยไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งบริการของเรา  Family Wealth Planning Service จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามาใช้บริการ นอกเหนือจากลูกค้าเก่า โดยปัจจุบัน ลูกค้าเรามีจำนวน 1.2 หมื่นราย จากทั้งตลาดที่มีราว 2.5-3 หมื่นราย  และยังมีตลาดกลุ่มลูกค้าวิสดอม ที่มีจำนวนกว่า 2-3 แสนราย ที่จะมาใช้บริการของเรา นอกจากนี้ เรายังพบว่า ลูกค้าที่มาใช้บริการเรามีมูลค่าทรัพย์สินที่มากกว่าที่เราเห็นผ่าน Financial Asset ด้วย พวกเขายังมีทรัพย์สินที่เป็น non Financial Asset เช่น หุ้น ที่ดินอาคารต่างๆ ซึ่งเคยประเมินมีมูลค่าสูง 2-3 เท่าของ AUM ที่เราเห็นด้วย เรามองว่า ธุรกิจบริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัวมีความสำคัญมากขึ้นและมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง"


สำหรับภาพรวมของธุรกิจ KBank Private Banking ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนลูกค้าแล้วกว่า  1.2 หมื่นราย จำนวนครอบครัวราว 7 พันครอบครัว มูลค่าทรัพย์สิน 9 แสนล้านบาท โดยคาดหวังว่าในปีหน้า จะเห็น AUM เติบโตแตะ 1 ล้านล้านบาทได้

 

นายพีระพัฒน์ กล่าวย้ำว่า จุดเด่นของบริการ “สำนักงานครอบครัว” (Family Office) ที่สำคัญ 3 ประเด็น คือ 1 การจัดการแบบองค์รวม   ด้วยบริการที่ครบวงจรทำให้ลูกค้าเข้าใจภาพรวมของแผนงานทั้งหมด ทราบความเคลื่อนไหวในการทำงานแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน จึงสามารถกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนได้แม่นยำ 2 ความสะดวกและความต่อเนื่อง  ลูกค้าสามารถใช้บริการสำนักงานครอบครัวดำเนินการตามแผนได้ทันที ทำให้การบริหารจัดการทรัพย์สินครอบครัวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสะดวกสบาย และ 3 ความเชื่อมั่น  ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานกฎหมายแนวหน้าของประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าบริการที่ลูกค้าจะได้รับนั้นจะมีมาตรฐานเดียวกับสำนักงานกฎหมายและสถาบันการเงินชั้นนำ

 


 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com