บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผลงานปี 2565 ทำรายได้พุ่ง 1,895 ล้านบาท เติบโต 50% และมีกำไร 253.17 ล้านบาท โต 92.9% บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นหุ้น 10 ต่อ 1 และจ่ายเป็นเงินสดหุ้นละ 0.10 บาท พร้อมเดินหน้าทำผลงานปี 66 ต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเลข 2หลัก
นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2565 เติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีรายได้รวมจำนวน 1,895.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.01% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 253.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.9% จากปีก่อน โดยอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 40% ถือเป็นการรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
จากผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติการจ่ายปันผล เป็นหุ้นปันผลในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล และจ่ายเป็นเงินสด ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record date) พร้อมกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 นี้
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2566 คาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก โดยมาจาก 4 ส่วนธุรกิจ คือ 1.) การเพิ่มความหลากหลายของสินค้า โดยตั้งเป้าเพิ่ม 2 Categories ใหม่ รวมถึงเพิ่มประเภทและรูปแบบของสินค้าให้สามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น
2.) เพิ่มการเติบโตของยอดขายของสาขาเดิม (SSSG) จากการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ
3.) การเปิดสาขาเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นเปิดในจังหวัดที่ยังไม่มีสาขาร้าน Moshi Moshi ทั้งเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดหัวเมือง
4.) กิจกรรมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ล่าสุดได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ ในการเป็นผู้สนับสนุนครั้งแรก ในคอนเสิร์ต NCT DREAM TOUR 'THE DREAM SHOW2: In A DREAM' in BANGKOK (เอ็นซีที ดรีม ทัวร์ 'เดอะ ดรีม โชว์2 : อิน อะ ดรีม' อิน แบงค็อก) ในวันที่ 10-12 มีนาคม 2566 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่ง NCT DREAM นับเป็นวงบอยแบนด์จากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ SM Entertainment
“ในปี 2566 จะผลักดันการเติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตในอุตสาหกรรมค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ในปัจจุบันกำลังซื้อฟื้นตัวดีขึ้น จากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากประเทศจีน ประกอบกับสถานการณ์จับจ่ายในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ” นายสง่า กล่าว