SCGC เผยโรงงาน LSP เดินเครื่อง Specialized Tank Terminal และ Central Utilities Plant เตรียมพร้อมด้านวัตถุดิบตั้งต้นและสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับการผลิตปิโตรเคมีที่เวียดนาม ชี้กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.35 ล้านตันต่อปี และพอลิโอเลฟินส์ อย่างพอลิเอทิลีน และพอลิโพรพิลีน 1.4 ล้านตันต่อปี ช่วยทดแทนการนำเข้าพอลิโอเลฟินส์เวียดนามได้
บมจ. เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC เผยความคืบหน้าโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม (Long Son Petrochemicals หรือ LSP) ล่าสุดได้เดินเครื่องส่วนหลักของคอมเพล็กซ์ ได้แก่ Specialized Tank Terminal และ Central Utilities Plant เพื่อเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบตั้งต้น และการจัดการสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับการผลิตสินค้าปิโตรเคมีอย่างโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ โดยจัดพิธีเปิด ณ โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม ซึ่งได้รับเกียรติจากนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG และคณะผู้บริหารจาก SCG และ SCGC ให้การต้อนรับ ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการ LSP ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม ซึ่งจะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศเวียดนามและอาเซียน
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. เอสซีจี กล่าวว่า “LSP เป็นโครงการสำคัญของ SCG และ SCGC โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ตลอดทั้งกระบวนการ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม ช่วยลดการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั้งในประเทศเวียดนามและภูมิภาคอาเซียนต่อไป”
ทั้งนี้ LSP ได้เริ่มเดินเครื่องส่วนหลักของโครงการฯ ได้แก่ Specialized Tank Terminal และ Central Utilities Plant ประกอบด้วย ท่าเทียบเรือเพื่อขนส่งไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon Jetties) คลังเก็บวัตถุดิบ(Tank Farm) และสาธารณูปโภคส่วนกลาง (Central Utilities: CTU) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการป้อนวัตถุดิบตั้งต้น รวมทั้งการจัดการระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับการผลิตสินค้าปิโตรเคมีอย่างโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ โดยวางแผนกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.35 ล้านตันต่อปี และพอลิโอเลฟินส์ อย่างพอลิเอทิลีน และพอลิโพรพิลีน 1.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะช่วยทดแทนการนำเข้าพอลิโอเลฟินส์ของประเทศเวียดนามได้
