Public Relation

Dมั่นใจรพ.ทันตกรรม BIDH โตต่อเนื่อง กระแสตอบรับดีเกินคาด-ดันรายได้ปีนี้พุ่งกว่า30%
25 ม.ค. 2565

“เดนทัล คอร์ปอเรชั่น” มั่นใจรพ.ทันตกรรม BIDH โตต่อเนื่อง ชี้กระแสตอบรับดีเกินคาด รุกขยายห้องให้บริการรักษาเพิ่มอีกเท่าตัว พร้อมดึงทันตแพทย์รุ่นใหม่ร่วมงาน หนุนรายได้ปีนี้โตก้าวกระโดด 30% ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการกลุ่ม D มีแนวโน้มสดใส หลังโควิด-19 คลี่คลาย

ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D เปิดเผยว่า โรงพยาบาลทันตกรรม กรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล (BIDH) ที่บริษัทได้เปิดให้บริการไปเมื่อปี 2562 ได้ปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ หันไปจับกลุ่มลูกค้าในประเทศระดับกลาง-ระดับบนที่มีกำลังซื้อสูงเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า70% จากเดิมที่กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติ  โดยในช่วงผ่านมากระแสตอบรับดีเกินคาด ลูกค้ามีอัตราการใช้บริการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลทันตกรรม BIDH เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านทันตกรรม มีเทคโนโลยีในการรักษาขั้นสูง มีความพร้อมของระบบดิจิตอลด้านทันตกรรม  มีคุณภาพการให้บริการ จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

โดยในปี 2565  บริษัทตั้งเป้าหมายว่าโรงพยาบาลทันตกรรม จะมีการเติบโตก้าวกระโดดรายได้เติบโตอย่างน้อย 30%  ขณะที่คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดปี 64 รายได้จะเติบโตประมาณ 40% จากปี 63  ที่มีรายได้ 39 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้บริการทันตกรรมในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ 

“โรงพยาบาลฟัน BIDH เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 62 เน้นลูกค้าต่างประเทศ แต่เจอผลกระทบโควิด-19 ใน 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ ปัจจุบันลูกค้าหลักๆ เป็นลูกค้าในประเทศที่มีกำลังซื้อสูง มีทั้งดารา นักแสดง วงการเซเลป นักธุรกิจ ข้าราชการระดับสูง ส่วนชาวต่างชาติจะเป็นกลุ่มที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ” ทพ.พรศักดิ์  กล่าว  
     
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางโรงพยาบาลได้  ผศ.ทพญ.ดร. อ้อยทิพย์ ชาญการค้า มาร่วมงานและนั่งเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมในการขยายและพัฒนาการให้บริการครอบคลุมมากขึ้น  โดยในส่วนของห้องรักษาจากเดิม 13 ห้องขยายเป็น 23 ห้อง เพิ่มระดับคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานยุโรปและอเมริกา   

นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลได้เตรียมเพิ่มทันตแพทย์รุ่นใหม่ๆ ที่มีประสบการณ์สูง จากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมงานอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการให้บริการที่คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย
 
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่ม D ในปีนี้ ประเมินว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากโควิด-19  เริ่มคลี่คลาย โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้บริการสะสมจากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการล็อกดาวน์เป็นเวลา 1 ปี  นอกจากนี้สภาพสังคมในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการบริการทันตกรรมเพื่อความงาม ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจของ D โดยปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของ D มาจากการขายอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ด้านทันตกรรม  45% โรงพยาบาลทันตกรรม BIDH สัดส่วน 12% และคลินิก 13 สาขา 23% และ ศูนย์ทันตกรรมBIDC 23% 
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com