แบงก์กรุงศรี เผยปี 65 ทิศทางกลุ่มงานลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และวาณิชธนกิจ โต 2%จากพอร์ตรวม 4.3 แสนล้านบาท จับตาดีลรวมกิจการ ชี้ผลกระทบทั้งสงครามยูเครน-ดอกเบี้ยขาขึ้น ลูกค้าเน้นออกหุ้นกู้ต่อเนื่อง ผนึกกำลังแบงก์แม่ MUFG รุกตลาด ESG Finance ต่อเนื่องหลังปี 64 พอร์ต ESG Finance พุ่ง 2.2 หมื่นล้านบาทมาจากสินเชื่อ-หุ้นกู้ยั่งยืน ปักธงตั้งเป้าหมายระยะยาวโต 1 แสนล้านในปี 73 ชู 3 กลยุทธ์ให้บริการ Total Financing & Hedging Solution ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรม เพิ่มศักยภาพธุรกิจลูกค้าเติบโตยั่งยืน
นายประกอบ เพียรเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2565 นี้ กรุงศรีตั้งเป้าสินเชื่เติบโต 2% หลังจากปี 2564 ที่พอร์ตสินเชื่อคงค้างกว่า 413,000 ล้านบาท โดยในส่วนของธุรกิจวาณิชธนกิจจะมุ่งเน้นให้บริการ Total Financing & Hedging Solution เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจของลูกค้าผ่านความร่วมมือ MUFG และสร้างความแตกต่างด้วยบริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ เพื่อช่วยลูกค้าฟื้นฟูธุรกิจและขยายโอกาสด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ของลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีดีลที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ ในปีนี้คาดว่าจะมีการระดมทุนผ่านหุ้นกู้เพิ่มต่อเนื่อง จากสถานการณ์สงครามยูเครนและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของโลก ส่วนสินเชื่อรายใหญ่เติบโตได้ต่อเนื่อง
สำหรับการเติบโตด้าน ESG Finance กรุงศรียังรุกตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากปีที่แล้วมูลค่าพอร์ตในส่วนนี้ 22,000 ล้านบาท โดยจะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน และให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้าน ESG Financing ในตลาดการเงินโลกร่วมกับ MUFG เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย และให้บริการที่แตกต่างด้วยการให้คำปรึกษาทางธุรกิจด้วยทีมผู้จัดการความสัมพันธ์ซึ่งผสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงานภายในกรุงศรี โดยตั้งเป้าหมายระยะยาวพอร์ต ESG Finance เติบโต 100,000 ล้านบาทในปี 2573
นายประกอบกล่าวว่า ทิศทางการสร้างการเติบโตมาจาก 3 กลยุทธ์หลักของธนาคาร ได้แก่ กลยุทธ์แรก การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ธุรกิจของลูกค้า (Value Creation) เน้นเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งโซลูชั่นให้ลูกค้าอย่างครบวงจรในแบบ Total Financing & Hedging Solution พร้อมประสานความร่วมมือกับ MUFG เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการช่วยลูกค้าขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งต่อยอดพัฒนาตลาดการเงินด้านความยั่งยืนด้วย ESG Finance โดยกรุงศรีมีแนวทางและผลิตภัณฑ์ด้านสังคมและการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) สนับสนุนให้กับลูกค้า เช่น สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน หุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน และ หุ้นกู้ ESG รวมถึงการให้สินเชื่อเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ เช่น โซลาร์รูฟ
กลยุทธที่สอง คุณภาพสินทรัพย์ : ให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องในช่วงการฟื้นฟูหลังจากสถานการณ์โควิด เพื่อให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น และสนับสนุนลูกค้าในการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และกลยุทธ์ที่สาม Value Chain & Digitalization กรุงศรียังมีแผนที่จะนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกรรมการเงินมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และเดินหน้ายกระดับกระบวนการการทำงานภายในด้วยการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เป็นตัวช่วยเสริมสร้างศักยภาพของระบบการทำงาน
“ในปี 2565 นี้ เรามีเป้าหมายของการนำเอาความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้จาก MUFG มาใช้ประโยชน์ เน้นการสร้างทีมที่แข็งแกร่งเข้าใจลูกค้า นำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า และมุ่งส่งเสริการทำธุรกิจด้าน ESG เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าในการเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ” นายประกอบกล่าว
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 413,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของยอดสินเชื่อลูกค้าธุรกิจในปี 2564 ยังคงเติบโต 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งกรุงศรีก็ยังคงความเป็นผู้นำด้าน ESG ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง กรุงสรี ได้ออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกในประเทศไทยให้กับบมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ซึ่งกรุงศรีเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนของบมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ให้เป็นผู้ประสานงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Coordinator) ในการปล่อยสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan:SLL)
นอกจากนั้น กรุงศรียังเป็นธนาคารแรกที่ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในการใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง THOR ด้วยการเป็นพันธมิตรผู้สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจของ ปตท. ซึ่งเป็นสินเชื่ออ้างอิง THOR ที่มูลค่าสูงที่สุดของไทยในขณะนี้ และร่วมกับบมจ. เน็คซ์ แคปปิตอล ประเดิมดีลสินเชื่อระยะยาวอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง THOR เป็นรายแรกในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมนโยบายการพัฒนาตลาดการเงินของไทยของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการเป็นตัวแทนการจำหน่าย (Selling Agent) เปิดรับจองซื้อหุ้นสามัญของบมจ. เงินติดล้อ หรือ TIDLOR สำหรับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยเปิดให้จองผ่านทางธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS และเป็นครั้งแรกที่เปิดให้จองหุ้นผ่านช่องทางออนไลน์บน KMA หรือ กรุงศรี โมบาย แอปพลิเคชัน