Public Relation

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ชูปั๊มเบี้ยโต 3.47 หมื่นล้าน ปี 65 ส่งประกันสุขภาพ-ยูนิตลิงค์ นำทัพบุกขายทุกช่องทาง
17 ก.พ. 2565

บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ปักธงปี 65 เบี้ยรับรวมพุ่ง 3.47 หมื่นล้านบาท โตต่อเนื่อง 5%  ชูธงรบ 2 สินค้าหลัก ครึ่งปีแรกออกประกันใหม่ ปั๊มยอดขายประกันสุขภาพโต 30% และยูนิตลิงค์โต 2-3 เท่า  บุกทุกช่องทางขาย โดยเฉพาะแบงก์แอสชัวรันส์โต 5-10% พร้อมเดินหน้า 4 กลยุทธหลัก สร้างการเติบโตยั่งยืน เปิดผลดำเนินงานปี 64 เบี้ยรับรวมโต 4% ส่วนยอดเคลมโควิดรวมกว่า 2 หมื่นเคส เป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท

 

มร.โทมัส วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า ในปี 2565 อลิอันซ์ อยุธยา เชื่อมั่นว่าจะเป็นปีที่ดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากมีปัจจัยบวกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายมากขึ้น โดยสายพันธุ์โอไมครอนไม่ได้มีอาการรุนแรง และคนไทยได้รับการฉีดวัคซีน 2-3 โดสจำนวนมากขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ภาพรวมตลาดทุนยังมีความผันผวนและความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น อลิอันซ์ อยุธยา ยังคงต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยปีนี้ยอดเบี้ยประกันรับรวม 3.47 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 5% จากปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 6.5 พันล้านบาท  

 

ในปีนี้จะเน้นสร้างการเติบโตให้กับผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ 30% และประกันชีวิตประเภทยูนิตลิงก์ (Unit-Linked) ซึ่งเป็นประกันชีวิตควบการลงทุน คาดจะเติบโตถึง 2-3 เท่าจากปี 2564 ซึ่งพอร์ตประกันยูนิตลิงค์มีสัดส่วน 3% ของเบี้ยประกันภัยรับรวม

 

 “ปีนี้ เราจะให้ความสำคัญสุดกับสินค้าสุขภาพกับยูนิตลิงก์ เป็นการซื้อประกันสุขภาพ พร้อมๆกับการลงทุนไปด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังเวิร์กกับสำนักงาน คปภ. เกี่ยวกับแบบประกันยูนิตลิงค์ที่จะออกโดยจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นการันตีผลตอบแทน คือ ไม่ได้การันตีทั้งหมด แต่จะได้อะไรที่มากกว่าเดิม  เพราะส่วนหนึ่งจะเป็นความคุ้มครอง และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการใส่เงินให้ทำงานเพื่อสร้างรายได้กลับมา ซึ่งในไตรมาส 2 จะเพิ่มกองทุนต่างประเทศเข้ามา เพื่มทางเลือกการลงทุน จากปัจจุบันมี 9 กองทุนรวมจาก 6 บลจ.ใหญ่ “มร.โทมัส กล่าว

 

สำหรับทิศทางบริหารพอร์ตลงทุนในปี 2565  จากทิศทางดอกเบี้ยโลกขาขึ้น ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ชองสหรัฐ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมา โดยล่าสุด (เมื่อวันที่ 16 ก.พ.) Bond Yield เด้งขึ้นมากว่า 200 bsp  ส่งผลให้แนวโน้มการออกแบบประกันใหม่จะมีผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้

 

ในส่วนของการปรับพอร์ตลงทุนของบริษัท คงยึดหลักการลงทุนใหญ่ที่เน้นความสำคัญการสร้างผลตอบแทนระยะยาวและมั่นคงตอบโจทย์ตามผลตอบแทนของประกันภัยที่รับเข้ามาโดยรวม ซึ่งเน้นการลงทุนพันธบัตรและตราสารหนี้สัดส่วน 80%  ที่เหลือเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์และ REITs (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) แต่ในขณะเดียวกัน อาจมีการปรับพอร์ตเชิงเทคนิเคลบ้างตามสถานการณ์สำคัญๆที่เปลี่ยนแปลงเกิดผลกระทบ  เช่น ปัจจุบันมีปัจจัยดอกเบี้ยขาขึ้น ก็จะพิจารณาความเหมาะสมในการปรับพอร์ตเชิงเทคนิเคล แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบใหญ่ของหลักการลงทุนเป็นสำคัญ

 

ในส่วนของสินค้าสุขภาพ ปีนี้จะเดินหน้าพัฒนาช่องทางขายทุกช่องทาง  เพื่อให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยจะให้ความสำคัญทั้งด้านการออกแบบประกันสุขภาพใหม่ๆและด้านช่องทางขายผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันส์) ซึ่งมีคู่ค้าหลายธนาคารที่สนับสนุนการขาย นำโดยธนาคารกรุงศรี ซึ่งคาดว่าช่องทางขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์เติบโตได้ 5-10% ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่เติบโตสูง 28% หลังจากที่ได้ออกแผนประกันสุขภาพ ปลดล็อค สบายกระเป๋า ซึ่งเป็นราคาย่อมเยาว์ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีแบบประกันสำหรับลูกค้าระดับบน (High Net Worth) วงเงินสูงระดับ 60-120 ล้านบาท โดยไตรมาส แรกนี้ จะออกประกันสุขภาพเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง เป็นแบบพรีเมี่ยมวงเงิน 5-10 ล้านบาท

 

สำหรับผลดำเนินงานในปี 2564 ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายเป็นอย่างมากในการดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงของโควิด-19  แต่ อลิอันซ์ อยุธยา ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยอดขายเบี้ยรับรวมเติบโต 4% มาร์เกตแชร์อยู่อันดับ 7  ซึ่งเติบโตสูงจากประกันสุขภาพ โดยมีมาร์เกตแชร์อยู่อันดับ 4 ของทั้งระบบ หลักๆมาจากช่องทางตัวแทนที่สร้างยอดขายมากที่สุดถึง 39% ของเบี้ยประกันรับใหม่ (ANP) ที่ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทำให้พอร์ตประกันสุขภาพมีสัดส่วนถึง 36.4% ของเบี้ยประกันผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่บริษัทขาย ประกอบกับบริษัทได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงานเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า จนทำให้อลิอันซ์ อยุธยา มีคะแนนอยู่ในระดับ Loyalty Leader ที่ลูกค้ามีความภักดีเป็นอันดับ 1 (จากผลสำรวจของ Ipsos Research Agency บริษัทวิจัยระดับโลก)

 

สำหรับประกันภัยโควิด-19  มร. โทมัส กล่าวว่า บริษัทมีการจ่ายเคลมตามกรมธรรม์จากสถานการณ์โควิด 19 ตั้งปี 2563 จนถึงปัจจุบันไปแล้วกว่า 20,850 เคส เป็นเงินรวมกว่า 1,064 ล้านบาท โดยประมาณ 19,200 เคส เป็นค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยจากโควิด 19 และประมาณ 1,330 เคส เป็นการชดเชยจากการแพ้วัคซีน และ ประมาณ 330 เคส มาจากการเสียชีวิต

 

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขได้ยกเลิกการรักษาโควิดฟรีเมื่อเร็วๆนี้  ขณะที่การแพร่ระบาดสายพันธุ์ใหม่เช่น โอไมครอนยังมีอยู่ ซึ่งในส่วนนี้ เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อยอดขายประกันแน่นอน ขณะเดียวกัน การให้ความคุ้มครองดูแลลูกค้า แต่ละบริษัทจะมีการพิจารณาดูแลเป็นรายกรณีตามความเหมาะสม

 

มร. โทมัส กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นดำเนินการตามแผนงานต่อเนื่องจากปีที่แล้ว  โดยยังคงยึดกลยุทธ์หลัก Strategy 2025 ที่ทุกส่วนในองค์กรจะต้องร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อน ซึ่งประกอบด้วย 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

 

Growth - สร้างการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย โดยสำหรับช่องทางตัวแทน ผ่านโครงการใหม่ๆ เช่น Elite Program มุ่งเน้นการนำโมเดลของตัวแทนที่ประสบความสำเร็จไปใช้พัฒนาตัวแทนกลุ่มอื่น และ Friend of Agency (FOA) เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวแทนได้รับการแนะนำผู้มุ่งหวัง ช่องทางธนาคาร ในปีนี้จะมีการขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพมากขึ้น และการขยายช่องทางอื่นๆ อาทิ ประกันกลุ่มผ่านองค์กร และพันธมิตรต่างๆ

 

Product - การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆต่อเนื่องตลอดปี โดยไม่เพียงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ แต่ยังเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านออมทรัพย์และประกันควบการลงทุนที่ดียิ่งขึ้น  โดยปัจจุบันมีลูกค้า 1.6 ล้านราย ทำให้มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก นำมาพัฒนาต่อยอดสินค้าต่างๆ สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าต่อไป

 

Operating Profit – การสร้างผลกำไรจากการดำเนินงาน ผ่านแคมเปญส่งเสริมการขายและการทำอัพเซลและครอสเซลในกลุ่มลูกค้าเดิม การนำเสนอบริการเสริมต่างๆให้แก่ลูกค้า เช่น การกู้เงินจากกรมธรรม์ เป็นต้น และการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีในการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพและสร้างประสิทธิผลที่มากขึ้น

 

Franchise – การสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานและลูกค้า โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ และทัศนคติที่พร้อมต่อการเติบโต โดยเน้นไปที่การพัฒนา Soft Skill ให้กับพนักงาน โดยอลิอันซ์ อยุธยา โดดเด่นในเรื่องนี้มาก ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 3 จากบริษัทในเครืออลิอันซ์ทั่วโลก ในเรื่องความผูกพันของพนักงานที่มีต่อบริษัท อีกทั้งในมุมของลูกค้า บริษัทให้ความสำคัญกับการให้บริการที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอน และพร้อมรับฟังความเห็นและความต้องการของลูกค้าเสมอ

 

“จากกลยุทธ์ 2025 ที่แข็งแกร่งถูกพิสูจน์แล้วด้วยความสำเร็จในปีที่ผ่านมา และทีมงานคุณภาพของอลิอันซ์ อยุธยา ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้ อลิอันซ์ อยุธยา สามารถเติบโตธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นแบรนด์ประกันอันดับหนึ่งในใจลูกค้าที่มีจำนวนถึง 1.6 ล้านคน รวมทั้งสร้างความผูกพันกับพนักงาน” มร.โทมัสกล่าว

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com