บทความ

เมื่อสองสายน้ำ ‘เจ้าพระยา-ฮัน’ บรรจบ: WorldNexGen 2026 ถักทอสายใยผู้นำรุ่นใหม่ วางรากฐานยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย-เกาหลี
24 ก.พ. 2569

หากแม่น้ำเจ้าพระยาคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงหัวใจของสยามประเทศ และแม่น้ำฮันคือสัญลักษณ์แห่งปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจที่โลกต้องจารึก (Miracle on the Han River) วันนี้สายน้ำทั้งสองพลันไหลพบมาบรรจบจนกลายเป็นมหานทีเพียงหนึ่งสาย ผ่านบทพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการ “WorldNexGen 2026” พื้นที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในมิติผิวเผิน แต่คือการวางหมากเกมยาวเพื่อปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนระหว่างสองชาติ

 

ติดอาวุธทางปัญญา: จากทฤษฎีสู่สนามนโยบายจริง

 

ตลอด 3 สัปดาห์แห่งการเคี่ยวกรำทางปัญญา—เริ่มต้นด้วย 2 สัปดาห์แรกในผืนแผ่นดินไทย นักศึกษาเยาวชนระดับหัวกะทิ 20 ชีวิต ได้ก้าวข้ามบทเรียนในตำราไปสู่สนามประลองจริงผ่านการสัมผัสนโยบายระดับประเทศอย่างใกล้ชิด โดยได้รับความเมตตาอย่างสูงจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้เกียรติมากล่าวให้โอวาทและแบ่งปันวิสัยทัศน์แก่ผู้นำรุ่นใหม่ด้วยตนเอง ณ กระทรวงการคลัง โดยมี คุณลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษเรื่องความเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-เกาหลีจาก ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

 

ไฮไลท์สำคัญที่ตอกย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการ คือการเดินทางเข้าศึกษาดูงาน ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่คณะนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ในฐานะตัวแทนจากศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน ก่อนจะนำคณะเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมและสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะโอกาสสุดพิเศษในการเข้าชมภายใน “ตึกไทยคู่ฟ้า” สัญลักษณ์สูงสุดของอำนาจบริหาร เพื่อสัมผัสบรรยากาศการทำงานที่สำคัญที่สุดของประเทศ

จากนั้น คณะได้ลัดเลาะไปสู่โลกการเงินสมัยใหม่ ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ให้การต้อนรับ ต่อด้วยการเจาะลึกอาณาจักรฟินเทค ณ SCBX Townhall โดย คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer และ คุณนันทนา ทวีรัตนศิลป์ Head of Investor Relations ร่วมฉายภาพ Virtual Bank แห่งอนาคต ปิดท้ายด้วยการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายธุรกิจข้ามชาติ ณ Baker McKenzie Thailand โดย คุณวินท์ ภักดีจิตต์ และ คุณสรชน บุญสอง

 

ข้ามพรมแดนสู่ ‘โซล’: จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและความละเอียดแม่นยำ

 

เมื่อข้ามพรมแดนสู่ 1 สัปดาห์อันเข้มข้น ณ กรุงโซล นักศึกษาได้สัมผัสความละเอียดแม่นยำในแบบฉบับเกาหลีใต้ เริ่มจากการเจาะลึกกลไกทางกฎหมายระดับสากลที่ Jipyong LLC สำนักงานกฎหมายแถวหน้า ต่อเนื่องไปจนถึงการถอดรหัสอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกที่ SM Entertainment นี่คือการเรียนรู้ภายใต้ความร่วมมือของสามประสานหลักอย่าง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สถาบัน KH Academy

 

ผนึกกำลัง ‘บิ๊กเนม’ สะท้อนบารมีทางยุทธศาสตร์

 

ความสำเร็จของ WorldNexGen 2026 ถูกฉายภาพอย่างสง่างามในพิธีปิด ณ Convention Hall มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 งานที่คลาคล่ำไปด้วย “ขุนพลนโยบาย” และนักธุรกิจแถวหน้าที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ ฯพณฯ จ็อง ซเย-คย็อน อดีตนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ นายอัน ด็ก-กึน อดีตรมว.การค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน, นายบัง กี-ซอน อดีตรมต.ประจำสำนักประสานงานนโยบายรัฐบาล, นายปาร์ค วอน-จู อดีตเลขานุการอาวุโสด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีเกาหลีใต้, ศาสตราจารย์ รยู ฮง-ลิม อธิการบดี มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และ นายคิม คัง-ฮัก ประธานกรรมการ “เมียงวูน อินดัสทรี ดีเวลลอปเมนท์”

 

ฝั่งไทยนำโดย นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล และ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยพันธมิตรภาคเอกชนรายใหญ่อย่าง บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) โดย นายพีรเดช พัฒนจันทร์, นายชาญชัย สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการ เครือข่าวหุ้นธุรกิจ และนายกุดั่น สุขุมานนท์ หุ้นส่วนผู้ก่อตััง Kudun & Partners

 

การรวมตัวของบุคคลระดับ “VVIP” เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่านี่คือโครงการที่มีความหมายมากกว่าเรื่องการศึกษา แต่เป็น “Soft Power ทางปัญญา” ที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ความร่วมมือในมิติความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยจะทำให้ผู้คนจากทั้งสองชาติรู้จักกันอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิด “เอกภาพบนความหลากหลาย” หรือที่เรียกกันว่า “Unity in Diversity”

เสียงสะท้อนจาก ‘กรุงโซล’: มิตรภาพคือทุนทางเศรษฐกิจ

 

นายจ็อง ซเย-คย็อน อดีตนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้ให้โอวาทที่กลายเป็นเข็มทิศสำคัญของโครงการว่า โครงการ “WorldNexGen 2026” หากมองผิวเผินอาจดูเป็นเพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา แต่หากมองในเชิงลึก นี่คือการลงทุนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระยะยาวที่ก่อให้เกิดความร่วมมือกันสร้างโลกด้วยวิถีที่สร้างสรรค์

 

“โครงการนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายมุมมองต่อโลกของนักศึกษา โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจระหว่างสองประเทศที่อยู่ห่างไกลกันอย่างเกาหลีและไทย นักศึกษาจะได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของความร่วมมือ และเห็นว่าเศรษฐกิจของเกาหลีและไทยสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ผ่านการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากเราสะสมความพยายามเหล่านี้ เราจะสามารถสร้างโลกที่เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองและประเทศเพื่อนบ้านก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วไปพร้อมกันได้”

 

สอดรับกับมุมมองของ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ที่ชี้ให้เห็นถึง “ตัวเลขยุทธศาสตร์” ของมูลค่าการค้าระหว่างสองชาติที่สูงถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และความคืบหน้าของข้อตกลง CEPA และ FTA ที่ใกล้บรรลุผล โดยท่านทูตเน้นย้ำว่า มิตรภาพที่เกิดขึ้นในโครงการนี้จะกลายเป็น “สะพานเชื่อม” ที่ไร้รอยต่อในงานด้านการต่างประเทศและการค้าเสรีในอนาคต โดยหนึ่งตัวอย่างที่ดีคือแผนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ในประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยทีมงานที่เข้มแข็งและมิตรภาพอันดี นั่นหมายความว่า “นักศึกษาคนรุ่นใหม่“ จากโครงการนี้อาจก้าวเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานของสถานทูตและองค์กรเอกชน เพื่อถักทอความเชื่อมโยงนี้ให้ไร้รอยต่อในอนาคต

 

เวทีการศึกษาระดับนานาชาติ: มากกว่าบทเรียน คือการสร้างโลกทัศน์ใหม่

 

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้นำสถาบันการศึกษาหลักฝั่งประเทศไทย ได้ฉายภาพถึงคุณค่าของโครงการในมิติวิชาการระดับสากลว่า “WorldNexGen” คือการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสองมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Meaningful Connection) ระหว่างนักศึกษาทั้งสองสถาบัน

 

โดยหัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้จำกัดเพียงการส่งมอบความรู้ตามตำรา แต่คือการสร้าง “พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน” (Joint Learning Platform) ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อค้นหาคำตอบร่วมกันในประเด็นท้าทายระดับภูมิภาค ผ่านมุมมองที่ตกผลึกจากการสัมผัสประสบการณ์จริงในทั้งสองประเทศ

 

“โครงการ WorldNexGen จึงเปรียบเสมือนห้องแล็บทางความคิดระดับนานาชาติ ที่ช่วยให้เยาวชนได้สั่งสม ‘ต้นทุนทางปัญญา’ และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดแข็งสำคัญ (Competitive Edge) ในการยกระดับศักยภาพของคนรุ่นใหม่ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำระดับสากล ที่พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีใต้ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต”

 

วิสัยทัศน์ผู้สร้าง: ยกระดับทรัพยากรมนุษย์

 

ในฐานะฟันเฟืองสำคัญ นายบูรพา สงวนวงศ์ Founder สถาบัน KH Academy ระบุด้วยความภาคภูมิใจว่า WorldNexGen 2026 คือโครงการนำร่องที่พิสูจน์ว่า Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดคือการสร้างคน

 

“โครงการนี้ทำให้ฝั่งเกาหลีใต้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยว่าเรามีหลากหลายมิติ ทั้งในเชิงโครงสร้างกำหนดนโยบาย และด้านการทำธุรกิจ และวิถีการใช้ชีวิตของคนไทย ขณะที่นักศึกษาไทยก็ได้สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกของเกาหลีที่ต้องยอมรับว่าเป็นผู้เล่นลำดับต้นๆ ของโลก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศเริ่มสานสัมพันธ์ในวิถีที่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศมากที่สุด”

 

เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งสวน WorldNexGen ผลิบาน

 

ย้อนกลับมามองภาพสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกัน WorldNexGen 2026 ได้พิสูจน์แล้วว่า มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และพลวัตทางวัฒนธรรม คือเกราะป้องกันชั้นยอดในยุคที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความผันผวน

 

ท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางการบริหารการศึกษา แต่คือ “ยุทธศาสตร์การทูตเชิงปัญญา” ที่ควรค่าแก่การถอดบทเรียนและผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีการลงทุนใดจะคุ้มค่าและยั่งยืนไปกว่าการบ่มเพาะทัศนคติที่เปิดกว้างของผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งไทยและเกาหลีใต้จะเดินหน้าสู่ความสำเร็จระดับสากล... ไปพร้อมกันอย่างสง่างาม

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com