ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป กรมการค้าต่างประเทศจะเปิดให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ไทย - ชิลี หรือ Form TC ผ่านระบบ DFT SMART C/O โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอและติดตามสถานะผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และติดต่อรับหนังสือรับรองฯ ด้วย
บัตรประชาชนเพียงใบเดียว หรือเลือก Self-printing พิมพ์ Form TC จากสำนักงานหรือที่บ้านของตนเองได้ทันทีที่เจ้าหน้าที่อนุมัติ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า หรือ Certificate of Origin (C/O) ให้ผู้ส่งออกนำไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร ณ ประเทศปลายทาง เตรียมยกระดับการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไทย - ชิลี
(Form TC) สู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านระบบ DFT SMART C/O ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569
เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปการทำงานภาครัฐให้ทันสมัยและเข้าถึงง่าย โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอและติดตามสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดต่อรับหนังสือรับรองฯ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว หรือจะเลือก Self-printing ด้วยตนเองก็ง่ายดาย เพียงสั่งซื้อแบบพิมพ์ผ่านเว็บไซต์ formstore โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังหน่วยงานบริการอีกต่อไป (No Visit)
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ เกิดขึ้นภายหลังการเจรจาระหว่างไทยและชิลีที่เห็นชอบร่วมกันในการปรับรูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยศุลกากรทั้งสองฝ่ายจะยอมรับหนังสือรับรองฯ
ในรูปแบบกระดาษขนาด A4 รวมถึงรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือเป็นเอกสารต้นฉบับที่มีผลทางกฎหมาย ซึ่งจะช่วยแก้ไขข้อจำกัดผู้นำเข้าต้องรอเอกสารต้นฉบับรูปแบบกระดาษจากผู้ส่งออกเพียงอย่างเดียว โดยภายใต้ระบบใหม่นี้ผู้ส่งออกสามารถสแกนเอกสารและส่งต่อให้ผู้นำเข้าทางอีเมลและยื่นใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ทันที ถือเป็นการเชื่อมโยงการค้าโลกด้วยเทคโนโลยีลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (ESS) ที่กรมฯ ได้ริเริ่มใช้มาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถิติการใช้สิทธิประโยชน์ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่ามีการออก Form TC ไปยังประเทศชิลี
กว่า 4,364 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ากว่า 526 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่ง, สินค้ากลุ่มปลาทูนา และเครื่องซักผ้า ซึ่งการออก Form TC ผ่านระบบ SMART C/O ในครั้งนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและขั้นตอนทางธุรการให้กับผู้ส่งออกไทย ช่วยให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดชิลีได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของกรมฯ www.dft.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2547 4830 / 0 2547 4838 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่โลกการค้ายุคดิจิทัลไปพร้อมกัน