Public Relation

SCGD  เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569 อัดงบลงทุน รุก 2.3 พันล้าน เร่งขยายเวียดนาม–อาเซียน
13 มี.ค. 2569

บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เผยจากการประเมินแนวโน้มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียนที่ยังมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสามารถในการบริหารต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน จึงประกาศเปิดแผนธุรกิจประจำปี 2569 เดินหน้าสู่การเป็น Integrated ASEAN Player อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยจุดแข็งด้านความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง (Deep Customer Insight) ควบคู่กับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ (Production Intelligence) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และคงความเป็นผู้นำในตลาดอาเซียนในระยะยาว

 

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD)  เปิดเผยว่า จากแนวโน้มราคาน้ำมันและพลังงานที่อาจเผชิญความผันผวน SCGD ได้วางรากฐานการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน มาตั้งแต่ปี 2566 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ยังคงเดินหน้าต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว เพื่อเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2568 สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินได้มากกว่า 13.6% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14% ในปี2569 ขณะเดียวกัน การใช้พลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 23.5% ของการใช้ไฟฟ้ารวม และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 34.5% ซึ่งสะท้อนแนวทางการบริหารต้นทุนควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าลดต้นทุนเพิ่มอีกปีละ 80ล้านบาท

 

สำหรับปี 2569 SCGD กำหนดงบลงทุน (Capex) กว่า 2,500 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในเวียดนามเป็นหลัก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain) อีก 6.6 ล้านตารางเมตร รองรับความต้องการของตลาดที่มีความต้องการจากกระเบื้องเซรามิกทั่วไป สู่สินค้าที่มีคุณภาพและดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น พร้อมขยายตลาดส่งออกในภูมิภาค ภายใต้แนวทางพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ (Production Intelligence) ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยระบบอัตโนมัติ ลดต้นทุน ควบคุมคุณภาพอย่างแม่นยำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

 

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าบริหารฐานผลิตร่วมในระดับภูมิภาค (Regional Optimization) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตใดฐานหนึ่ง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในภาพรวม อีกทั้งยังยกระดับความสามารถแข่งขันในระยะยาวผ่านการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหิน และการดำเนินโครงการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับธุรกิจสุขภัณฑ์ SCGD เดินหน้าขยายส่วนแบ่งตลาดในไทย ผ่านการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยต่อยอดจากความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ทั้งกลุ่มที่มองหานวัตกรรมและความสะดวกสบายผ่านสุขภัณฑ์ Smart ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้ (Smart Value Products: SVP) อาทิ สุขภัณฑ์แบรนด์ sosuco ก๊อกน้ำแบรนด์ Premaเพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลายในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกันมีแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานผลิตสุขภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลก และเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม SCGD มีแผนขยายกลุ่มสินค้าใหม่และสินค้าเกี่ยวเนื่องในตลาดวัสดุตกแต่งพื้นผิวเช่น SPC กาวซีเมนต์และยาแนว ท็อปเคาน์เตอร์ครัว ประตู–หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ โดยตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายกว่า 40% ในปีนี้

 

ณ สิ้นปี 2568 SCGD มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดกว่า9,000 ล้านบาท ประกอบกับโครงการควบรวมกิจการ(Merger & Partnership) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายโครงการ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

“SCGD ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยเดินหน้าขยายธุรกิจ สอดคล้องกับการขยายตัวของอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม พร้อมยกระดับความสามารถแข่งขันผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพสูง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ครองใจผู้บริโภคในทุกประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายนำพล กล่าวปิดท้าย

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com