Economies

SCB EIC ปรับเพิ่มGDP ไทยปีนี้เป็น 2% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย แต่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบ K-shaped
24 มิ.ย. 2569

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุน

 

ในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง

 

จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ 

ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ยังคงทยอยส่งผ่านมายังเศรษฐกิจจริง และจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 

 

SCB EIC ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยใน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่ (1) ต้นทุนพลังงานและการผลิต กดดันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ กำลังซื้อของภาคครัวเรือน และกระทบต่ออัตรากำไรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้พลังงานและโลจิสติกส์เข้มข้น (2) เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง กระทบต่อการส่งออกจากกำลังซื้อโลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม ขณะที่ราคาพลังงานนำเข้าที่สูงในช่วงก่อนหน้าและแนวโน้มการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวขึ้น จะกดดันให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับแย่ลงมากในปีนี้ และ (3) ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น จากความผันผวนในตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ Risk premium และ Yield curve สูงขึ้น

 

การฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น กระจุกตัวในธุรกิจใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ครัวเรือนและ SMEs ยังเปราะบาง 

SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI, Data center อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและการส่งออกบางกลุ่มสินค้า อย่างไรก็ดี ธุรกิจกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีสัดส่วนการนำเข้าสูง ทำให้ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การจ้างงานและรายได้ในวงกว้างยังมีข้อจำกัด 

 

ในทางกลับกัน ครัวเรือนรายได้ต่ำ - ปานกลางและ SMEs ยังเผชิญความเปราะบางจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้าต้นทุนการผลิต
และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาระหนี้สูง ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวได้จำกัด และทำให้ธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจบริการบางกลุ่ม ยังเผชิญแรงกดดันต่อยอดขาย สภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้ ความแตกต่างของการฟื้นตัวระหว่างกลุ่มธุรกิจและกลุ่มครัวเรือนจะเป็นข้อจำกัดสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป 

 

เศรษฐกิจไทยปี 2569-2570 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำ แม้มีแรงพยุงจากภาครัฐผ่าน พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท 

SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวที่ 2% สูงกว่ามุมมองเดิม แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้าจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด สถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งแรงสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยประคองเศรษฐกิจผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ การกระตุ้นการใช้จ่าย และการลงทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อย่างไรก็ดี แรงพยุงจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระยะสั้นเป็นหลัก ก่อนที่แรงส่งนี้จะชะลอลงในช่วงสิ้นปี ขณะที่ยังต้องติดตามความชัดเจนของมาตรการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไป

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com