บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ผู้นำอุตสาหกรรมระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) มุ่งนำเทคโนโลยีขั้นสูงและงานวิจัยเชิงลึก พัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสององค์กรอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของทั้งสององค์กรในการใช้ AI และ Deep Tech เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผลิตภาพ (Productivity)ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้าน AI, Machine Learning และ Quantum Technology ของ SCBX เข้ากับศักยภาพด้านอุตสาหกรรม การผลิต และความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของ SCG เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่
นายปรเมศวร์ นิสากรเสน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ - การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า “SCGมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ SCBX ในครั้งนี้เป็นการผสานความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของ SCG เข้ากับศักยภาพด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงของ SCBX เราเชื่อว่าการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทั้งสององค์กร รวมถึงอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว”
ด้าน นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทรChief Innovation Officerบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) กล่าวว่า “SCBX เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ความร่วมมือกับ SCG ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านอุตสาหกรรมและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) จะช่วยเร่งการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนบทบาทของ SCBX ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาค”
SCBX และ SCG จะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาโครงการนำร่อง ภายใต้กรอบความร่วมมือหลัก 4 ด้าน ได้แก่
1 การเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
SCG จะถ่ายทอดกรอบกลยุทธ์ แนวปฏิบัติ และกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ได้รับการยอมรับในระดับอาเซียน เพื่อสนับสนุน SCBX ในการพัฒนา คุ้มครอง และบริหารทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับ AI ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างเป็นระบบ สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีในระยะยาว
2 การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
SCBX จะนำเทคโนโลยี AI, Machine Learning และ Quantum Computing ไปสนับสนุนการแก้โจทย์หลักทางธุรกิจของ SCG โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการดำเนินงาน ขณะที่ SCG จะนำโซลูชันดิจิทัลที่ผ่านการใช้งานจริง มาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการภายในและการพัฒนาธุรกิจใหม่ของSCBX
3 ความร่วมมือด้านการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมร่วม
ทั้งสององค์กรจะร่วมกันสำรวจหัวข้อการวิจัยขั้นแนวหน้า อาทิ Generative and Agentic AI, Quantum Technology และโมเดล AI เฉพาะทาง พร้อมทำ Proof of Concept (PoC) และ Pilot เพื่อทดสอบศักยภาพเชิงเทคโนโลยีและเชิงธุรกิจ ก่อนขยายผลสู่การใช้งานจริง
4 การพัฒนาองค์ความรู้และระบบนิเวศ AI
SCBX และ SCG จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านแนวโน้มเทคโนโลยีและ AI Foresight รวมถึงร่วมกันจัดหรือสนับสนุนกิจกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศ AI และตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจไทย
ความร่วมมือระหว่าง SCBXและ SCG ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาคการเงิน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรไทย มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในมิติของเทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับโลก