นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) เผยว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Generative AI ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่การเปิดตัวChatGPT ในปลายปี 2022 ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการมีผู้ใช้งานเกิน 100 ล้านคน และภายในปี 2025 จำนวนผู้ใช้งาน AI ทั่วโลกแตะระดับกว่า 900 ล้านคนต่อเดือน คิดเป็นราว 11% ของประชากรโลกขณะที่มูลค่าตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI Market) ถูกประเมินว่าจะเติบโตเป็นเกือบ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2032 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) มากกว่า 29% โดยซอฟต์แวร์องค์กรด้าน Generative AI ได้รับการประเมิน Total Addressable Market (TAM) อยู่ที่ราว120,000 ล้านดอลลาร์ และ Goldman Sachs คาดว่า AI อาจช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจโลกได้ถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้าสะท้อนว่า AI ไม่ได้มีบทบาทแค่ในบริษัทเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เข้ามายกระดับประสิทธิภาพในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ การแพทย์ การเงิน การผลิต โลจิสติกส์ ไปจนถึงหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอย่างเป็นรูปธรรม
LH Fund ขอแนะนำกองทุนเปิด แอล เอช เอไอ แอนด์เทคโนโลยี (LH AI & TECHNOLOGY : LHAI) ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโอกาสการลงทุนครบทุกมิติในอุตสาหกรรม AI โดยลงทุนในกองทุนหลัก Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV มีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 6 ซึ่งกองทุนหลักเน้นคัดเลือกบริษัทที่มีรายได้หรือการลงทุน R&D ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง ครอบคลุมทั้งผู้พัฒนาโมเดล AI ชั้นนำ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำ ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ไปจนถึงบริษัทที่นำ AI ไปใช้จริงในธุรกิจ (Applications) กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักใช้ระบบ Transcript Score และ Sector Score เพื่อประเมินภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ทำให้ LHAI ไม่ได้ลงทุนแค่ “หุ้นเทค” ทั่วไป แต่เน้นลงทุนใน “ระบบนิเวศ AI” ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
สำหรับ กองทุน LHAI จะเสนอขายครั้งแรก(IPO) ระหว่างวันที่ 19-28 มกราคม 2569
ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของ LHAI คือกองทุนหลัก CHAT มีผลการดำเนินงานย้อนหลังที่โดดเด่น โดยข้อมูล ณ วันที่ 10 ธันวาคม 2568 มีผลตอบแทน 1 ปีที่ 54.2% ซึ่งสูงกว่าดัชนีเทคโนโลยีโลกและกองทุนหุ้นโลกอย่างมีนัยสำคัญ และมีพอร์ตการลงทุนกระจายอยู่ในบริษัทผู้นำ AI ระดับโลก ตัวอย่างเช่น NVIDIA, Microsoft, Alphabet, Meta, Amazon, Palantir, TSMC และ SK Hynix ซึ่งเป็นหัวใจของทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คลาวด์ และ AI ทำให้กองทุนมีโอกาสเติบโตจากการขยายตัวของ Data Centerด้าน AI และการเติบโตของ Generative AI ในระยะยาวได้อย่างเต็มที่