Economies

บลจ.กสิกรไทย เปิดสูตรกระจายลงทุนทั่วโลกฝ่าโลกตอ.กลาง เดือด ชู `กองทุน K-WealthPLUS`  เกราะป้องกัน ส่วนหุ้นไทยติดพอร์ตรองไว้
6 มี.ค. 2569

บลจ.กสิกรไทย ชี้ตะวันออกกลางเดือด  ทั่วโลกติดโหมดระวังลงทุน เน้นกระจายลงทุนทั่วโลก ชู 'กองทุน K-WealthPLUS Series’ เป็น Core Port  เสริม เกราะป้องกันฝ่าวิกฤต ส่วนหุ้นไทยใส่พอร์ตรอง ให้น้ำหนัก 5% แนะซื้อสะสมช่วงSET  1400 จุด

 

นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า  ในช่วงนี้ทีตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนจากเหตุการณ์ความตึงเครียดการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่าง ‘สหรัฐฯ -อิสราเอล ’ กับ ‘อิหร่าน ’ ส่งผลให้ บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดความระมัดระวัง  เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มีความไม่แน่นอนสูงเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นมีนัยต่อเงินเฟ้อในระยะต่อไป   จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อตลาดหุ้นโลกพบว่า ตลาดหุ้นอเมริกาปรับตัวลงน้อยมาก  ตามด้วยยุโรป ขณะที่ฝั่งเอเซียปรับตัวลงแรง   บลจ.กสิกรไทย  ได้แนะนำการลงทุนในช่วงนี้เน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก และเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ควบคู่กับการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที  โดยยังคงย้ำให้นักลงทุนต้องมี Core Portfolio หรือพอร์ตหลัก ที่มีนโยบายลงทุนกระจายทั่วโลก  ซึ่งบลจ. กสิกรไทย มีกองทุน K WealthPLUS Series  เป็นพอร์ตหลัก ที่เน้นกระจายการลงทุนในสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  พบว่า  กองทุนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวค่อนข้างต่ำ  สะท้อนถึงความมีเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุนที่ช่วยลดความผันผวนและไม่แกว่งตัวตามสภาวะตลาดโลกในลักษณะที่รุนแรง 

 

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างกองทุน KWPULTIMATE ที่สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ประมาณ 1.6% และให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีราว 8.5% สะท้อนให้เห็นว่าพอร์ตสามารถดูดซับแรงกระแทกและรักษาความต่อเนื่องของผลลัพธ์ได้ดี แม้ในช่วงที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอนสูง (ที่มา: Morningstar ณ วันที่ 3 มี.ค. 69)

 

“กองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ยังคงสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี AUM เพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 84,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 126% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมและการมุ่งสร้างผลลัพธ์ระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ และปีนี้เราต้้งเป้ากองทุนกลุ่ม WealthPLUS เติบโตแตะ 200,000 ล้านบาท”

 

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้ต่อยอดโอกาสการสร้างผลตอบแทนในสินทรัพย์ต่างประเทศให้กับกลุ่มลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยขยายแผนการลงทุนในกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เลือกลงทุนทั้งแบบรายกองทุน และแบบ Life Path Solution ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกสามารถวางแผนการลงทุนเพื่อวัยเกษียณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดภาวะการตัดสินใจในการปรับพอร์ตด้วยตนเอง พร้อมบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับช่วงอายุและระยะเวลาที่เหลือก่อนเกษียณ เพื่อเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอย่างยั่งยืน” นายวินกล่าว

 

นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์, CFA กรรมการผู้จัดการ บลจ. กสิกรไทย  กล่าวว่า  จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กระทบตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน  จึงแนะนำ ลูกค้าควรจะมีกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ถือเป็นพอร์ตหลัก เนื่องจากกองนี่กระจายการลงทุน ทั้งตลาดหุ้นโลก ตลาดตราสารหนี้โลก และทองคำ  การจัดพอร์ตในช่วงนี้ เพิ่มน้ำหนัก  (Overweight ) ที่เป็น  Global Tech  ทั้ง AI  Supply Chain  AI ที่ยังมีการเติบโตอย่างชัดเจน   , เลือกหุ้นคุณภาพรองรับความผันผวน และ,ลงทุนตราสารหนี้คุณภาพดี เรทติ้ง AA ขึ้นไป  

 

สำหรับหุ้นไทยจะวางอยู่ในพอร์ตรอง  ซึ่งคาดจะเพิ่มน้ำหนักลงทุนเป็น  5% จากก่อนหน้า ช่วงก่อนเลือกตั้งในประเทศได้ถือสัดส่วนน้อย  โดยมองตังหวะจะเริ่มเข้าสะสมหุ้นไทยในระดับ SET แถวๆ1,400 จุด   เลือกกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่

 

นางสาวภารดี มุณีสิทธิ์ CFA, รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ. กสิกรไทย  มองว่า หลังผลการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยแลนด์สไลด์   ทำให้ SET ขึ้นไปถึง 1,500 จุด  ระดับ  P/E 16.7 เท่า แต่ช่วงที่เกิเสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขึ้น กระทบตลาดไทบปรับตัวลงมารวดเร็วและลงมากกว่าตลาดอื่นๆ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทย อยู่ที่ 1,400 จุด  จึงมองว่าเป็นจุดที่ทยอยเข้าซื้อได้  ภายใต้ อัตราการเติบโจของกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่  5%  หรือหุ้นละ 90 บาท  ส่วน SET มี downside (ขอบล่าง) คาดที่ 1300 จุดต้นๆ  อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา เงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังได้อานิสงส์เงินไหลเข้าด้วย

 

สำกรับ ภาพรวมการเติบโตของบลจ.กสิกรไทย  ว่า  ในปีที่ผ่านมา บลจ.กสิกรไทย มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการรวม 1.9 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 10% แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 1.46 ล้านล้านบาท ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2.64 แสนล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 1.75 แสนล้านบาท พร้อมทั้งยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม นอกจากนี้ ณ สิ้นปีดังกล่าว บลจ.กสิกรไทย มีจำนวนผู้ลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลทั้ง App K-PLUS และ K-My Funds มีสัดส่วนสูงถึง 87% ของผู้ลงทุนทั้งหมด และสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ในทุกช่องทางรวมกว่า 153,000 ราย (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย และ AIMC ณ วันที่ 31 ธ.ค. 68)

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com