กบข. ตั้งทีมงานติดตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด มองกระทบตลาดผันผวนระยะสั้น พร้อมบริหารพอร์ตอย่างรอบคอบ เน้นกระจายสินทรัพย์ลงทุน เพื่อผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว พร้อมแนะสมาชิกทบทวนความผันผวนที่ยอมรับได้เพื่อเลือกแผนลงทุนให้เหมาะสม
นายอาสา อินทรวิชัย รองเลขาธิการ ผู้บริหารกลุ่มงานลงทุน รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้สถานการณ์การลงทุนผันผวนและคาดเดาสถานการณ์ระยะสั้นได้ยากกว่าปกติ ซึ่งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ขยับตัวขึ้นได้กลายเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการลงทุนในช่วงนี้ โดยส่งผลเชิงบวกต่อกลุ่มสินทรัพย์ด้านพลังงาน ขณะที่พันธบัตรและหุ้นกู้เอกชนได้รับผลกระทบเชิงลบจากภาวะความไม่แน่นอน
โดย กบข. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารพอร์ตด้วยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และทองคำ เพื่อรักษาเสถียรภาพเงินออมของสมาชิก จากข้อมูลในอดีตชี้ว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งมักส่งผลต่อตลาดในระยะสั้น และมีแนวโน้มกลับสู่ภาวะปกติภายใน 6 เดือน จึงยังคงยึดหลักการลงทุนระยะยาว สอดคล้องกับที่ กบข. ได้มีการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
“กบข. จัดตั้งทีมงานติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินและปรับแนวทางการลงทุนให้ทันต่อเหตุการณ์ พร้อมทบทวนพอร์ตการลงทุน ให้สามารถรับมือกับปัจจัยความเสี่ยงในทุกมิติ รวมถึงได้กำชับผู้จัดการกองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้มุ่งเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จึงขอให้สมาชิกคลายความกังวล และไม่ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนบ่อยเกินไป ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้” นายอาสา กล่าว
สำหรับสมาชิกที่ใกล้เกษียณและกังวลต่อสถานการณ์ สามารถพิจารณาเปลี่ยนแผนการลงทุนไปยังแผนที่มีความผันผวนต่ำ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด ส่วนสมาชิกที่ยังมีอายุราชการเหลืออีกมาก มีระยะเวลาลงทุนกับ กบข. นาน อาจพิจารณาอยู่ในแผนลงทุนเดิม เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความผันผวนระยะสั้น และมีแนวโน้มที่ตลาดจะปรับตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกเหนือจากการติดตามสภาวะตลาด สมาชิกสามารถทำแบบประเมินความเสี่ยง เนื่องจากระดับความเสี่ยงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงวัยและสถานการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง การประเมินความเสี่ยงจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายผลตอบแทนและระดับความผันผวนที่ยอมรับได้ โดยสมาชิกสามารถทำแบบประเมินความเสี่ยงผ่านแอป กบข. My GPF Application, LINE กบข. และ My GPF Website
ทั้งนี้ กบข. ขอยืนยันว่าได้บริหารพอร์ตอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยืดหยุ่น พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างทันท่วงที โดยยังคงยึดมั่นเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง บวก 2-3% เพื่อดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว