บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้เชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เตรียมเปิดตัวความร่วมมือระหว่างโครงการ
“E-Waste ทิ้ง – ให้ – เท่” และโครงการ “คอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย ใส่ใจเรื่องการเงิน” ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ ) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ HIGH RISE TRADING LTD. (HRT) เพื่อสร้างระบบรับคืนและคัดแยกคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน โดยนำเครื่องที่ยังมีคุณภาพไปปรับสภาพและส่งต่อเป็นโอกาสทางการศึกษา ส่วนอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้จะเข้าสู่กระบวนการจัดการ E-Waste อย่างเหมาะสม เชื่อมโยงแนวคิด Circular Economy เข้ากับ Social Impact อย่างเป็นรูปธรรม
งานเปิดตัวโครงการมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 15.45 – 17.00 น. ณ
ร้าน ADVICE สาขา One Bangkok ชั้น 4 อาคาร Parade โครงการ One Bangkok โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงบทบาทของภาคธุรกิจ ตลาดทุน ภาคการศึกษา และอุตสาหกรรมรีไซเคิลในการขับเคลื่อน ESG ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
หัวใจสำคัญของโครงการ คือการนำจุดแข็งที่ ADVICE มีอยู่แล้ว ทั้งเครือข่ายสาขาที่เข้าถึงผู้บริโภคและระบบบริหารจัดการหลังบ้าน มาต่อยอดบทบาทของสาขา จากการเป็น “จุดขาย” ให้เป็นทั้ง “จุดขายและจุดรับคืน” ที่เชื่อมผู้บริโภคเข้าสู่ระบบ Circular Economy เปิดโอกาสให้อุปกรณ์ไอทีที่ชำรุดหรือไม่ได้ใช้งานแล้วกลับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและคัดแยกอย่างเหมาะสม เพื่อส่งต่อเครื่องที่ยังมีคุณค่าไปสร้างโอกาสใหม่ และนำอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้เข้าสู่กระบวนการจัดการ E-Waste อย่างรับผิดชอบ แนวทางนี้ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่กิจกรรมที่แยกออกจากธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลลูกค้าและอุปกรณ์ตลอดวงจรการใช้งาน
นายณัฏฐ์ ณัฐนิธิการัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน)
กล่าวว่า “ในฐานะที่ ADVICE อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค เรามองว่าบทบาทของเราไม่ได้จบลงในวันที่ลูกค้าซื้อสินค้า แต่ควรครอบคลุมไปถึงวันที่อุปกรณ์หมดรอบการใช้งาน โครงการ ‘E-Waste ทิ้ง – ให้ – เท่’ จึงเป็นการต่อยอดเครือข่ายสาขา จากการเป็น ‘จุดขาย’ ให้เป็นทั้ง ‘จุดขายและจุดรับคืน’ เพื่อให้อุปกรณ์ที่ยังมีคุณค่าได้รับโอกาส
ในการใช้งานต่อ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ต่อไม่ได้จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม นี่คือการนำ Circular Economy และ ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจจริง”
นายณัฏฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้ได้รับการผลักดันโดย นายฉัตรชัย สายบัว ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และหัวหน้าคณะทำงานกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนของบริษัท รวมถึงคณะทำงานทุกคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการออกแบบกระบวนการรับคืน ตรวจสอบ ลบข้อมูล และปรับสภาพอุปกรณ์ พร้อมประสานความร่วมมือกับ HRT ในการจัดการเครื่องที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้อย่างรับผิดชอบ เพื่อให้แนวคิดด้านความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริงตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง”
นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและบริหารความเสี่ยงองค์กร
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการระดมทุนและการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในอีกบทบาทหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี (ESG) โดยมุ่งขับเคลื่อนการทำงานด้าน ESG ร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม”
“โดยเมื่อปี 2568 ในวาระโอกาสที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดดำเนินงานมาครบ 50 ปี ได้ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เชิญชวนเครือข่ายพันธมิตรและบริษัทจดทะเบียนจัดให้มี “โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย ใส่ใจเรื่องการเงิน” ด้วยการบริจาคคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องใหม่และเครื่องที่ผ่านการใช้งานแล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดี เพื่อส่งต่อให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โดยตั้งเป้าหมายว่าจะรวบรวมคอมพิวเตอร์จำนวน 5,000 เครื่อง ภายในปี 2572 ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า จากข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 โครงการได้รับบริจาคคอมพิวเตอร์มาแล้วมากกว่า 1,700 เครื่อง และได้ส่งมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่อยู่ในเครือข่ายของ กสศ. แล้วกว่า 190 แห่ง”
“สิ่งสำคัญที่แตกต่างจากการบริจาคคอมพิวเตอร์ทั่วไป คือ โครงการนี้จะเป็นการบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมบันทึก ชุดความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำไว้ และได้คัดเลือกให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ได้ทั้งแบบ Online และ Offline ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ด้านการเงินของเด็กและบุคลากรที่แวดล้อม อันจะเอื้อต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมทางการเงิน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน”
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าถึงอุปกรณ์ แต่หมายถึงโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะดิจิทัลและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมการจัดการทรัพยากรด้านเทคโนโลยีเข้ากับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม”
กสศ. จะสนับสนุนการชี้เป้าโรงเรียนที่มีความขาดแคลนและจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้อุปกรณ์ และองค์ความรู้เข้าถึงเด็กที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ตลอดจนติดตามการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอย่างเหมาะสมเพื่อให้ทุกท่านมั่นใจว่าทุกการสนับสนุนจะเกิดประโยชน์และตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
บริษัท ไฮไรส์เทรดดิ้ง จำกัด (HRT) จะรับช่วงดูแลอุปกรณ์ที่ ADVICE ตรวจสอบแล้วว่าไม่เหมาะสำหรับการใช้งานต่อ โดยนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อให้วัสดุที่ยังมีคุณค่ากลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง พร้อมติดตามเส้นทางการจัดการตั้งแต่รับมอบจาก ADVICE จนถึงปลายทาง ช่วยสร้างความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากการกำจัด E-Waste ที่ไม่ถูกต้อง และสนับสนุนแนวคิด Circular Economy อย่างเป็นรูปธรรม
นายณัฏฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้อยู่เพียงที่การเปิดตัวความร่วมมือ แต่คือการทำให้การส่งคืนอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานกลายเป็นเรื่องง่ายและเป็นพฤติกรรมปกติของผู้บริโภค เราอยากเห็นอุปกรณ์ทุกเครื่องเข้าสู่เส้นทางที่สร้างคุณค่าได้มากที่สุด พร้อมสร้างทั้งโอกาสทางการศึกษาและผลลัพธ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม หากความร่วมมือครั้งนี้สามารถชวนให้ทุกคนมองคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้ด้วยมุมมองใหม่ และร่วมกันส่งต่อคุณค่าของอุปกรณ์เหล่านั้นได้ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ ADVICE และพันธมิตรต้องการสร้างให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เราจึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนมาร่วมงานเปิดตัวโครงการ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้ ให้กลับมาสร้างคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง”