Public Relation

เอสซีจี คว้าประกาศเกียรติคุณ 10-Year Sustainability Excellence Recognitions จาก SET Awards 2026  สะท้อนความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนต่อเนื่องยาวนาน 
30 ต.ค. 2569

เอสซีจีได้รับประกาศเกียรติคุณ 10-Year Sustainability Excellence Recognitions ในงาน SET Awards 2026 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่สามารถรักษาความเป็นเลิศระดับสูงสุด Best Sustainability Awards อย่างต่อเนื่อง 10 ปี และได้รับรางวัลเกียรติยศ Sustainability Awards of Honor ติดต่อกันถึง 8 ปี ซึ่งเอสซีจีเป็นเพียงองค์กรเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ สะท้อนเส้นทางการพัฒนาความยั่งยืนของเอสซีจีที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน จากการดูแลผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สู่การบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ การลงทุน และการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเสริมความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ภายใต้แนวทาง Inclusive Green Growth  

 

เอสซีจีขับเคลื่อนแนวทาง Inclusive Green Growth ผ่าน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) Net Zero 2050 มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ 2) Nature Positive ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการดูแลฟื้นฟูธรรมชาติ และ 3) Inclusive Society สนับสนุนการเติบโตที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม โดยเอสซีจีได้นำแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจ พร้อมปลูกฝังความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร และพัฒนาระบบบริหารจัดการที่เชื่อมโยงตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย การวางแผน การดำเนินงาน ไปจนถึงการติดตามและปรับปรุงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง บนรากฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ยึดหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน ควบคู่กับความรู้และคุณธรรม พร้อมนำมาตรฐาน มอก. 9999 มาเป็นกรอบประยุกต์หลักปรัชญาฯ สู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง 

 

สำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก เอสซีจีเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ด้วยแผนงานที่สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์โลก และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองจาก Science Based Targets initiative (SBTi) โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขยายการใช้เชื้อเพลิงทดแทนและพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ พร้อมใช้ข้อมูลและการประเมินความคุ้มค่าทางธุรกิจในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นควบคู่กับการลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว 

 

นอกจากนี้ เอสซีจียังขยายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามแนวทางPublic-Private-People Partnership (PPPP) โดยนำความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากรของแต่ละภาคส่วนมาร่วมกันแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างสำคัญคือ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ความร่วมมือระหว่างจังหวัดสระบุรี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และภาคีเครือข่ายรวม 23 องค์กร ภายใต้การสนับสนุนจาก 7 กระทรวง เพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสให้คู่ธุรกิจ SMEs และชุมชนเติบโตไปด้วยกัน โดยมุ่งนำบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบไปขยายผลในพื้นที่อื่น 

 

ด้านการกำกับดูแล เอสซีจีเดินหน้ายกระดับการบริหารและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 ของ International Sustainability Standards Board (ISSB) เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ การลงทุน และการตัดสินใจทางธุรกิจ พร้อมพัฒนา ESG Data Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและติดตามข้อมูล โดยเริ่มจากข้อมูลก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประเมินความเสี่ยงและโอกาส วัดผลความก้าวหน้า และปรับแผนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม 

 

การได้รับประกาศเกียรติคุณ 10-Year Sustainability Excellence Recognitions จาก SET Awards 2026 จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยเอสซีจียังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนในระยะยาว 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com