Economies

กรมธนารักษ์ เปิดแผนงานครึ่งปีหลัง เปิดประมูลที่ 3 แปลง มูลค่า 1.5 พัน ลบ.-ปรับราคาประเมินที่ดินเพิ่ม 15%-20% มีผล 1 ม.ค. 70
12 ก.ค. 2569

 

กรมธนารักษ์ เปิดแผนงานช่วงที่เหลือปี 69 เตรียมเปิดประมูลที่ราชพัสดุ  3 แปลงเด่น มูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้าน ภายในสิ้นปีนี้  พร้อมจ่อปรับขึ้นราคาประเมินที่ดิน 15%-20%ใกล้เคียงตลาด จ่อประกาศราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ 1 ธ.ค.นี้ และมีผลตั้งแต่  1 ม.ค. 70  พร้อมลุยต่อ 2 เมกะโปรเจกต์ ‘ที่ดินหมอชิต-ซีเนียร์คอมเพล็กซ์’

 

ปี 2569 นี้เป็นปีที่กรมธนารักษ์พลิกบทบาทก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลเป็นรูปธรรมเด่นชัดมากภายใต้การนำทัพของนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่เข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนใหม่กับภารกิจของกรมฯในช่วงเวลาเกือบ 1 ปี 

 

คนส่วนใหญ่จะมีภาพจำผู้ผลิตเหรียญกษาปณ์ (เงิน)ที่ใช้จ่ายหมุนเวียนในการซื้อขายสินค้าต่างๆ แต่จริงๆแล้วยังมีอีก 2 ภารกิจสำคัญ นั่นก็คือ บริหารที่ราชพัสดุ (ทรัพย์สินของแผนดิน)ที่มีจำนวนมากเพื่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดแก่เศรษฐกิจไทย และ การเป็นผู้ประเมินราคาที่ดินที่สามารถเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดินเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม

 

เมื่อวันที่ 10-12 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายอัครุตม์ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ ได้แก่ พื้นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ. 521 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว และโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 (บางส่วน) ของบริษัทชุมพร โอเซี่ยนกรุ๊ป จำกัด ต.ท่าตะเภา อ.เมือง ชุมพร

 

อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้ฉายภาพในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเดินหน้าเปิดประมูลที่ราชพัสุดแปลงสำคัญ ได้แก่ ที่ดินแปลงอดีตโรงพยายาลโรงงานยาสูบ มูลค่า 1,300 ล้านบาท บนเนื้อที่ 5 ไร่ สัญญาเช่า 30 ปี คาดเปิดประมูลภายในสิ้นปีนี้ ส่วนเม็ดเงินจะเข้ากรมฯในปี 2570 , อาคารร้อยชักสาม ให้เอกชนเช่าพัฒนาเป็นโรงแรมไฮเอนด์ คาดเตรียมเปิดให้บริการภายในสิ้นปีนี้ ,ที่ดินแปลงเกาะเปลว จ.กระบี่ มูลค่ารวม 100 ล้านบาท เตรียมจะขายทอดตลาดคู่กับที่ดินบนบก เนื้อที่ 2 ไร่ , ที่ดินแปลงกินลมชมสะพาน มูลค่า 151 ล้านบาท เนื้อที่ 2 ไร่ สัญญาเช่า 30 ปี มีศักภาพพัฒนาเป็นโรงแรม คาดจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน

 

โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” เป็นโครงการที่นำผู้บุกรุกที่ดินของรัฐบาลมาทำสัญญาเช่าให้ถูกต้องเพื่อให้สามารถนำสิทธิ์ไปขอบ้านเลขที่ ขอน้ำประปาและไฟฟ้า รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานในการกู้เงิน โดยตั้งเป้าหมายรวม 170,000 สิทธิ์ ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 140,000 สิทธิ์

 

ด้านความคืบหน้าในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลแปลงที่ดิน (GIS) ปัจจุบันจัดทำข้อมูลแล้ว 95% คาดว่าจะแล้วเสร็จ 100%ภายในเดือนกันยายนนี้ จะทำให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาที่ดินที่มีศักยภาพสำหรับเปิดประมูลสร้างรายได้ในอนาคต

 

นายอัครุตม์ กล่าวถึงการจัดทำราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570-2573 ได้ทำแล้วกว่า 85% จะมีการประกาศราคาใหม่ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และมีผลบังงคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 เป็นต้นไป 

 

“การประเมินราคาที่ดินฯ รอบนี้จะปรับเพิ่มไม่ต่ำกว่า 15%-20% เพื่อให้สะท้อนกับตามความเป็นจริงของราคาตลาดมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันราคาประเมินต่ำกว่าราคาตลาดถึง 40% ”

 

โดยระบบการประเมินราคาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ จะดำเนินการโดยคณะกรรมการของกรุงเทพฯ ส่วนพื้นที่ในต่างจังหวัด จะมีคณะกรรมการประจำจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยใช้ราคาอ้างอิงที่ส่งไปจากส่วนกลาง  แนวโน้มราคาประเมินในรอบใหม่จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จากการเก็บข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาพบว่าราคาจะมีการปรับขึ้นเฉลี่ยกว่า 10% อยู่แล้ว โดยได้นำสภาวะเศรษฐกิจมาพิจารณาด้วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคส่วนต่างๆ มากจนเกินไป

 

สำหรับโครงการเมกะโปรเจกต์ หรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่บนที่ดินราชพัสดุนั้น  ขณะนี้โครงการพัฒนาที่ดินบริเวณหมอชิต และโครงการซีเนียร์คอมเพล็กซ์ที่ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อ และได้เตรียมสรุปแผนงาปรับเงื่อนไขให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว

 

โครงการพัฒนาที่ดินหมอชิต ขณะนี้ผู้ลงทุนรายเดิม คือ บริษัทบางกอกเทอร์มินอล  (ฺBKT) ได้มาเจรจาและพร้อมจะดำเนินโครงการฯต่อ  ภายในปีนี้น่าจะสรุปแนวคิดการออกแบบได้  หากโครงการที่ดินหมอชิต นี้เดินหน้าต่อ กรมธนารักษ์จะได้รับเงินเข้าคลังประมาณ 1,250 ล้านบาท ค่าลงทุนฐานราก และเงินแรกเข้าอีก 400 ล้านบาท

 

ส่วนโครงการซีเนียร์คอมเพล็กซ์นั้น ได้ข้อสรุปเดินหน้าต่อแน่นอน แต่จะปรับลดขนาดโครงการลงมา อาทิ จำนวนเตียงลดลง เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพปัจจุบันแต่ยังคงฟังก์ชันโรงพยาบาลและคอมเพล็กซ์ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุน  โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับโรงพยาบาลรามาธิบดี 

 

ส่วนความคืบหน้าระบบประเมินราคาที่ดินออนไลน์ (D-Value) ที่ได้เปิดใช้เป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานเฉลี่ย 20,000 ราย/วัน  ขณะที่มียอดผู้ใช้งานสะสมกว่า 5 แสนรายแล้ว

 

ด้านการผลิตเหรียญกษาปณ์ นายอัครุตม์  กล่าวว่า   ปัจจุบันโลกเข้าสู่สังคมไร้เงินสด(Cashless Society)  ประชาชนหันมาใช้ระบบการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์สัดส่วนมากขึ้น  ทำให้ปริมาณการใช้ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับภารกิจของโรงกษาปณ์ เมื่อการผลิตเหรียณกษาปณ์มีแนวโน้มลดลง ตามความต้องการใช้เหรียญ จึงต้องปรับภารกิจรับจ้างผลิตเหรียญประเภทต่างๆ มากขึ้น ตามวาระสำคัญต่างๆ ของหลายหน่วยงาน

 

ปัจจุบันกรมธนารักษ์ยังผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนอยู่ 4 ชนิดราคาหลัก ได้แก่ เหรียญ 1 บาท, เหรียญ 2 บาท, เหรียญ 5 บาท และเหรียญ 10 บาท โดยเหรียญที่ยังมีความจำเป็นสูงเพราะต้องใช้มากในระบบเศรษฐกิจคือ เหรียญ 10 บาท และเหรียญ 1 บาท โดยเฉพาะเหรียญ 1 บาท ยังคงมีความสำคัญเพื่อใช้ในการทอนเงิน ในบางส่วนของภาคธุรกิจที่ยังมีการรับจ่ายด้วยเงินสดอยู่ 

 

อธิบดีกรมธนารักษ์ เล่าถึงปัญหาการเหรียญ 1 บาท และ 10 บาทเริ่มขาดหายในระบบ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา กรมฯมีการปล่อยให้หมุนเวียนเหรียญเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่ามีเหรียญบางส่วนสูญหายไปและไม่ถูกส่งคืน 

 

“มีข้อสังเกตที่น่าแปลกใจคือ เหรียญบางส่วนที่ผลิตออกไปแล้วกลับไม่ถูกหมุนเวียนกลับคืนมายังกรมธนารักษ์เลย โดยเฉพาะเหรียญ 10 บาท ไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะต้นทุนการผลิตเหรียญเริ่มสูงขึ้น”

 

นอกจากนี้  กรมธนารักษ์สนับสนุนส่งเสริมตลาดสะสมเหรียญกษาปณ์ เหรียญที่ระลึก โดยในปลายปีนี้ กรมธนารักษ์จะทำการประมูลเหรียญบาทมูลค่า 10 บาท ที่สร้างขึ้นในปี 2533 จำนวน 1 เหรียญ และเป็นเหรียญมูลค่า 10 บาท รุ่นปี พ.ศ. 2533 

 

ทั้งนี้ เดิมกรมธนารักษ์ตั้งใจผลิตเหรียญ 1บาท เพื่อมอบเป็นเหรียญที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมประชุม Mint Directors Conference หรือการประชุมกรรมการโรงกษาปณ์ ครั้งที่ 16 ที่จัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ซึ่งผลิตเพียง 100 เหรียญ แต่ได้แจกแก่ผู้ร่วมงานไปเพียง 40 เหรียญ ส่วนที่เหลือ 50  เหรียญยังอยู่ที่กรมธนารักษ์โดยเหรียญรุ่นดังกล่าวเป็นเหรียญที่หาได้ยากและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน โดยมีการซื้อขายกันในตลาดราคานับล้านบาท 

 

นายอัครุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่าในวันที่ 19 ส.ค. นี้ กรมธนารักษ์เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม Coin Market เป็นตลาดรองซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญสะสม และจะนำเหรียญออกมาเปิดประมูล เช่น เหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533  เปิดประมูลที่ตลาดรองดังกล่าว

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com