WRISE Group ประกาศลงนามในสัญญาเข้าลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 20% ในIFCG เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างสององค์กร และร่วมกันวางรากฐานการพัฒนาธุรกิจแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งที่เชื่อมโยงศักยภาพของตลาดประเทศไทยเข้ากับเทคโนโลยี องค์ความรู้ และเครือข่ายทางการเงินระดับสากล
ธุรกรรมดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ IFCG เรียบร้อยแล้ว นับเป็นความคืบหน้าสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กร และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยการดำเนินธุรกรรมให้แล้วเสร็จยังคงขึ้นอยู่กับการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามที่กำหนด
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของ WRISE ต่อศักยภาพของ IFCG ทั้งในด้านความเชี่ยวชาญในตลาดประเทศไทย เครือข่ายบุคลากรและที่ปรึกษากว่า 400 ราย และความสามารถในการพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือระหว่าง WRISE และ IFCG มีเป้าหมายในการผสานจุดแข็งของสององค์กร โดย IFCG จะทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการตลาด เพื่อขยายการเข้าถึงโซลูชันความมั่งคั่งระดับสากลในประเทศไทย ผ่านความรู้ความเข้าใจตลาดและความสัมพันธ์อันยาวนาน ขณะที่ WRISE จะเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ IFCG ยังมีแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ WAIOS (WRISE AI Operating System) ระบบปฏิบัติการ AI สำหรับที่ปรึกษาทางการเงินของ WRISE มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแพลตฟอร์ม IFCG HUB หลังธุรกรรมแล้วเสร็จ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพบริการ ภายใต้แนวคิด Human-led, AI-scaled ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมศักยภาพบุคลากร
นาย Derrick Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WRISE Group กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดบริหารความมั่งคั่งที่มีศักยภาพสูงในเอเชีย จากการเติบโตของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้ประกอบการ และครอบครัวที่มีความต้องการบริการทางการเงินและการบริหารความมั่งคั่งที่ซับซ้อนมากขึ้น
การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่าง WRISE และ IFCG ไปสู่อีกขั้นหนึ่ง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อความเชี่ยวชาญในตลาดไทย เครือข่ายที่ปรึกษาที่แข็งแกร่ง และโอกาสเติบโตระยะยาวของ IFCG
WRISE พร้อมสนับสนุนผ่านการพัฒนาทางเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงเครือข่ายในระดับภูมิภาค โดยยึดแนวคิด Human-led, AI-scaled เพื่อใช้เทคโนโลยีช่วยขยายศักยภาพของบุคลากร และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าในระยะยาว”
ด้านนายวิทูร เลิศพนมวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFCG กล่าวว่า “ความร่วมมือดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท ผ่านการผสานเครือข่ายบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยีและพันธมิตรระดับสากล เพื่อส่งมอบเอกสิทธิ์และโอกาสภายใต้แนวคิด ‘Borderless Opportunities. Limitless Lifestyle.’ พร้อมต่อยอดโอกาสสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา IFCG ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร เครือข่ายที่ปรึกษา และการสร้างความไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่าอนาคตของอุตสาหกรรมการเงินจะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยขนาดขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงบุคลากร เทคโนโลยี ข้อมูล และพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์และคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้ใช้งาน
ความร่วมมือกับ WRISE จึงไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการขยายธุรกิจ แต่เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ IFCG สู่การเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและระบบนิเวศความมั่งคั่ง (Wealth Ecosystem Enabler) ที่แข็งแกร่ง โดยผลักดันให้เครือข่ายที่ปรึกษาในประเทศไทยสามารถนำเทคโนโลยี AI และองค์ความรู้สากลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับการให้บริการ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”
สำหรับผู้ถือหุ้นของ IFCG ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาองค์กรที่มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและวางรากฐานสำหรับการสร้างมูลค่าในระยะยาว ในขณะเดียวกัน เครือข่ายที่ปรึกษาและพันธมิตรทางธุรกิจจะมีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารูปแบบการทำงานและโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ทั้งสององค์กรมีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมบริหารความมั่งคั่งของประเทศไทย ผ่านการผสมผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากรเข้ากับศักยภาพของเทคโนโลยีและเครือข่ายสากล
WRISE และ IFCG พร้อมเดินหน้าสู่บทใหม่ของความร่วมมือ เพื่อร่วมกันวางรากฐานอนาคตธุรกิจแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งที่เชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับโอกาสระดับสากลอย่างไร้ขีดจำกัด