เครือเจริญโภคภัณฑ์ตอกย้ำบทบาทองค์กรแห่งนวัตกรรม ชูกลไกสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตตลอด 105 ปี มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกสายงานคิด ทดลอง และต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้งานจริง ผ่านงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือ มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด Future Fest: Rise Together, Innovate Beyond
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และที่ปรึกษาคณะอำนวยการ CP Innovation Exposition 2026 กล่าวว่า นวัตกรรมเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่ทำให้เครือซีพีสามารถสร้างธุรกิจใหม่ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ เกษตรอุตสาหกรรม อาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคมและดิจิทัล ไปจนถึงนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
“ตั้งแต่แรกเริ่ม ซีพีเป็นผู้ทำสิ่งใหม่ ๆ มาโดยตลอด การที่ซีพีเติบโตจนมีธุรกิจขนาดใหญ่และมีอายุครบ 105 ปีในปีนี้ เป็นผลจากความเชื่อเรื่องนวัตกรรมของผู้บริหาร และการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมจึงเป็นแกนหลักที่สำคัญของธุรกิจซีพี”ดร.อาชว์กล่าว
จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมซีพีสะท้อนแนวคิดที่ยังคงร่วมสมัย คือการเริ่มจากความเข้าใจปัญหาของผู้คน ดร.อาชว์ กล่าวว่า หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนรากฐานความคิดด้านนวัตกรรมของเครือซีพี คือการที่เจียไต๋ริเริ่มพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ “ตราเรือบิน” พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์ที่หมดอายุมาเปลี่ยนใหม่ ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังไม่มีแนวปฏิบัติเช่นนี้อย่างแพร่หลาย
แนวคิดดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจว่า สำหรับเกษตรกร เมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพอาจหมายถึงการสูญเสียทั้งเงินทุน เวลา และผลผลิตตลอดฤดูกาล นวัตกรรมจึงเริ่มต้นจากการมองเห็นปัญหาของผู้คน ก่อนพัฒนาเป็นวิธีแก้ไขที่สร้างคุณค่าและนำไปใช้ได้จริง
“ท่านเอ็กชอ แซ่เจีย คุณพ่อของท่านประธานอาวุโสเครือซีพี ธนินท์ เจียรวนนท์ เข้าใจและเห็นใจเกษตรกร จึงมีแนวคิดให้พิมพ์วันหมดอายุของเมล็ดพันธุ์ลงบนซอง พร้อมแจ้งว่า เมื่อถึงวันหมดอายุสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ได้ เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจในคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่นำไปปลูก เราถือว่านี่คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของนวัตกรรมในเครือซีพี ก่อนจะพัฒนาต่อยอดไปสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ จนถึงทุกวันนี้”
จากเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ของวิศวกรในเครือเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบานได้ขยายสู่พื้นที่ของบุคลากรทุกวิชาชีพ ทั้งวิศวกร สัตวแพทย์ สัตวบาล นักธุรกิจ นักพัฒนาเทคโนโลยี และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านความยั่งยืนจากบริษัทในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเชื่อมการประกวด Chairman Awards เข้ากับการประชุมวิชาการ Symposium เพื่อให้ผลงานและองค์ความรู้ถูกแลกเปลี่ยน นำไปประยุกต์ใช้ และต่อยอดข้ามกลุ่มธุรกิจได้จริง
การปรับรูปแบบจากการจัดงานทุกสองปีมาเป็นประจำทุกปี สะท้อนทั้งจำนวนผลงานที่เพิ่มขึ้น ความหลากหลายของผู้สร้างสรรค์ และความพร้อมขององค์กรในการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เครือซีพียังตั้งเป้าขยายฐานนวัตกรให้ถึงร้อยละ 30 ของบุคลากรทั้งหมด จากปัจจุบันที่มีนวัตกรประมาณ 40,000 คน จากบุคลากรราว 400,000 คน
“เมื่อเรามีพนักงานที่เป็นนวัตกรร้อยละ 30 ของพนักงานทั้งหมด เราจึงจะได้ชื่อว่าเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม เรายังมีหนทางที่ต้องเดินต่อ ต้องสร้าง สนับสนุน และกระตุ้นให้พนักงานสร้างนวัตกรรมมากขึ้น และผมหวังว่างานมหกรรมนวัตกรรมบัวบานจะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น”
ดร.อาชว์กล่าวว่า AI จะมีบทบาทเป็นทั้งตัวกระตุ้นและตัวเร่งนวัตกรรม ช่วยลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มขีดความสามารถของทีม และเปิดทางให้บุคลากรสร้างผลงานที่มีคุณภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น การยกระดับทักษะ AI ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้คนกล้าคิด กล้าทดลอง และเรียนรู้ร่วมกัน จะเป็นพลังสำคัญต่อการเติบโตของเครือซีพีในศตวรรษที่สอง
“ยิ่งวันนี้มี AI เข้ามา การทำงานก็ยิ่งรวดเร็วขึ้น AI จึงเป็นทั้งตัวกระตุ้นและตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรม และผมเชื่อมั่นว่าเส้นทางในอนาคตของซีพียังต้องอาศัยนวัตกรรมเป็นคำตอบ”
สำหรับงาน CP Innovation Exposition 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากร นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และผู้สนใจ ได้สัมผัสนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ขยายผลได้จริง โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วม 319 ผลงานจากบุคลากรเครือซีพีใน 10 ประเทศ ครอบคลุม 4 ประเภท ได้แก่ Product & Service Innovation, Process Innovation, Business Model Innovation และ Sustainability Innovation พร้อมนำเสนอ 29 ผลงาน Chairman Awards 2026 และเวทีความรู้จากวิทยากรกว่า 60 คน เพื่อเชื่อมคน ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือให้เกิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจและคุณค่าต่อสังคม