TTA โชว์ปี 68 มีรายได้ 29,909.3ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,515.9 ล้านบาท โตแกร่ง 15% หากไม่รวมผลขาดทุนสุทธิจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ TTA ทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานแตะ 2.1 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ
บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เผยผลประกอบการปี 2568 มีรายได้จำนวน 29,909.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,515.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี 2567ส่วนใหญ่มาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือรายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน1,375.6 ล้านบาท ในปี 2568 โดยมีอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยที่ 13,315 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (สูงกว่าอัตราค่าระวางเรือ ซุปราแมกซ์สุทธิอยู่ร้อยละ 14) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของเรือ (OPEX) อยู่ที่ 4,528 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ร้อยละ15) สะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 198.5 ล้านบาท และมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบที่สูงจำนวน 725.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2568
กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 101.7 ล้านบาท ด้วยปริมาณขายปุ๋ยทั้งหมด 180.4 พันตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปี 2567
สำหรับโครงสร้างรายได้ของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 24 ร้อยละ 54 ร้อยละ 12 ร้อยละ 7 และร้อยละ 3 ของรายได้รวมทั้งหมด ตามลำดับ
ในปี 2568 TTA มีผลขาดทุนสุทธิจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำส่วนที่เป็นของTTA จำนวน 578.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการทบทวนฐานะทางการเงินและแนวโน้มธุรกิจของผู้กู้ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า ซึ่งรายการดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดจึงไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน สภาพคล่อง หรือความสามารถในการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด
ทั้งนี้ หากไม่รวมผลขาดทุนสุทธิจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ TTA มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จำนวน 2,094.4 ล้านบาท ในปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของกำไรจากการดำเนินงานและความสามารถในการรักษากระแสเงินสด
TTA ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดภายใต้การบริหาร จำนวน 8.5 พันล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำที่ 0.37 เท่า อีกทั้ง กระแสเงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงานยังคงเป็นบวก จำนวน 4,830.1 ล้านบาท ในปี 2568 และอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.65 เท่า สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอ และการมีเงินสดภายใต้การบริหารมากกว่าหนี้สิ้นที่มีภาระดอกเบี้ย โดย TTA ยังคงดำรงระดับเงินสดภายใต้การบริหารและโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสถาบันการเงิน เพื่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคต
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTAเปิดเผยว่าโทรีเซน ชิปปิ้ง ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและแข่งขันในตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองระดับโลกได้ดี โดยในเดือนกันยายน 2568 บริษัทได้จำหน่ายเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองประเภท Supramax อายุ 24 ปี ส่งผลให้จำนวนกองเรือลดลงเหลือ 23 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพของกองเรือโดยรวมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับรายละเอียดของผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ
โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานรายได้ค่าระวางที่ 7,262.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7เมื่อเทียบกับปี2567 เนื่องจากรายได้จากเรือเช่าที่สูงขึ้นตามจำนวนเรือเช่าเทียบเท่าที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์จะลดลง โดยอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจฯ เฉลี่ยที่ 13,315 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ลดลงร้อยละ 8 แต่ยังคงสูงกว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์สุทธิที่ 11,629 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน อยู่ร้อยละ 14 ในขณะที่ อัตราการใช้ประโยชน์เรือยังคงสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 99.5และสามารถทำอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าสูงสุดที่ 28,587 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ในขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของเรือ (OPEX) อยู่ที่ 4,528ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปี 2567 ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับลูกเรือ และค่าใช้จ่ายด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับค่าบำรุงรักษาเรือที่สูงขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ร้อยละ 15 โดยสรุป โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 1,375.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยเป็นเจ้าของเรือจำนวน 23 ลำ (เรือซุปราแมกซ์ จำนวน 21 ลำและเรืออัลตราแมกซ์ จำนวน 2ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ56,228 เดทเวทตัน (DWT) และมีอายุเฉลี่ย 16.9 ปี
กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง
บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ เมอร์เมด รายงานรายได้จำนวน16,075.4 ล้านบาท ในปี 2568ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่ลดลงของงานรื้อถอน (Decommissioning) งานขนส่งและติดตั้ง (Transportation & Installation: T&I) และผลกระทบจากการแปลงค่าสกุลเงิน เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐต่อเงินบาท ในส่วนของรายได้งานรื้อถอน งานขนส่งและติดตั้ง ลดลงร้อยละ13 เนื่องจากโครงการบริเวณอ่าวไทยได้ดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว รายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเลลดลงร้อยละ5 เนื่องจากผลกระทบจากการแปลงค่าสกุลเงินจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐต่อเงินบาท แม้ว่ารายได้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะเพิ่มขึ้นร้อยละ2 จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโครงการงานที่ไม่ใช้เรือ ส่วนอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 85 ในปี 2567 มาอยู่ที่ร้อยละ 91 ในปี 2568 โดยสรุป เมอร์เมดฯ รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 198.5 ล้านบาท และมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบที่แข็งแกร่ง จำนวน 725.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2568
กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร ในปี 2568 บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA มีรายได้ที่ 3,690.5 ล้านบาท มีปริมาณการขายปุ๋ยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็น 180.4 พันตัน โดยปริมาณขายปุ๋ยในประเทศคิดเป็นร้อยละ 80 ของปริมาณขายปุ๋ยทั้งหมด อยู่ที่ 143.5พันตัน ลดลงร้อยละ 5 เนื่องจากปริมาณการขายปุ๋ยเชิงเดี่ยวที่ลดลง ทั้งนี้ หากพิจารณาตามประเภทของปุ๋ย ปริมาณการขายปุ๋ยเชิงเดี่ยว ลดลงร้อยละ42 เป็น 18.6 พันตัน จากกิจกรรมการซื้อขายที่ชะลอตัวลง ในทางกลับกัน ปริมาณขายปุ๋ยเชิงผสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เป็น 161.8 พันตัน จากปริมาณการขายปุ๋ยในประเทศและปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการให้บริการจัดการพื้นที่โรงงานลดลงร้อยละ4 เป็น 120.4 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบของการแปลงค่าสกุลเงิน แม้ว่ารายได้ในสกุลเงินเวียดนามดองจะเพิ่มขึ้น สนับสนุนด้วยการขยายพื้นที่คลังสินค้า โดยสรุป กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 101.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567
กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) : พิซซ่า ฮัท ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTAถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พิซซ่า ฮัท มีสาขาทั้งหมด 214 สาขาทั่วประเทศ
ทาโก้ เบลล์ เป็นแฟรนไชส์อาหารเม็กซิกันสไตล์ที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ณ วันที่ 31 ธันวาคม2568 ทาโก้ เบลล์ มีสาขาทั้งหมด 45 สาขาทั่วประเทศ
กลุ่มการลงทุนอื่น (Investment) มุ่งเน้นธุรกิจการบริหารทรัพยากรน้ำและโลจิสติกส์ บริษัท เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 92.50 เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และให้บริการครบวงจรทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ AIM ยังได้รับสัมปทานในการจำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง ประเทศลาว ผ่านบริษัทย่อยที่ AIM ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100