BWG เปลี่ยน “นิยามความรัก” จัดกิจกรรม “ธนาคารอิ่มสุข” ชวนคนสระบุรีบอกรักโลก
เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานสะอาด มุ่งสร้างสังคมไร้ขยะ (Zero Waste) อย่างยั่งยืน
กลุ่มบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ผู้นำด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร พลิกโฉมวันแห่งความรัก จัดกิจกรรม “BWG ธนาคารอิ่มสุข” ณ ลานเอนกประสงค์หน้าวัดกุดนกเปล้า จังหวัดสระบุรี ชวนชุมชนคัดแยกขยะกำพร้าและขยะรีไซเคิล แลกของอุปโภคบริโภค มุ่งเป้าเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานทดแทน (SRF) เพื่อลดการใช้ถ่านหินและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นายอัครวิทย์ ขันธ์แก้ว รองประธานกรรมการ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) เปิดเผยว่า “กิจกรรมธนาคารอิ่มสุขในครั้งนี้ เราตั้งใจจัดตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อส่งต่อข้อความว่า ความรักที่ยิ่งใหญ่คือการดูแลโลกและบ้านเกิดของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดการ ‘ขยะกำพร้า’ หรือขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั่วไป เช่น ซองขนม ซองกาแฟ เศษผ้า และบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ ซึ่งหากทิ้งไว้จะกลายเป็นภาระต่อหลุมฝังกลบ แต่สำหรับ BWG ขยะเหล่านี้คือทรัพยากรที่มีค่า สามารถนำไปแปรรูปเป็น RDF เชื้อเพลิงพลังงานความร้อนทดแทนการใช้ถ่านหินในอุตสาหกรรมต่างๆได้”
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้ม ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่กุดนกเปล้าและตำบลใกล้เคียงของจังหวัดสระบุรี ต่างพร้อมใจกันนำ 'ขยะเชื้อเพลิง' ที่ผ่านการรวบรวมและคัดแยกอย่างดีจากครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกบรรจุภัณฑ์ เศษผ้าเก่า หรือวัสดุเหลือใช้อื่นๆ ขนใส่รถซาเล้งและรถกระบะมาต่อแถวเพื่อร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่นเกินความคาดหมาย โดยขยะทุกกิโลกรัมจะถูกเปลี่ยนเป็น 'แต้มสะสม' เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อาทิ ข้าวสารจากโครงการ BWG RICE & SHARE น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเข้ามาช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับครอบครัวในชุมชนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ยังเป็นการจุดประกายให้ชาวบ้านได้ตระหนักว่า 'ขยะไม่ใช่ภาระ แต่คือทรัพยากรที่มีค่า' กิจกรรมนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จของการนำหลัก เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในระดับฐานราก โดยเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะแบบเดิมสู่การคัดแยกต้นทาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความสุขที่ยั่งยืนทั้งต่อคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน
“เราไม่ได้มองว่านี่คือการทำ CSR ทั่วไป แต่คือการสร้างโมเดลความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างแท้จริง เมื่อชุมชนคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง เราก็ได้วัตถุดิบไปผลิตพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และคืนความสุขกลับสู่ชุมชนในรูปแบบของกินของใช้ นี่คือวงจรความยั่งยืนที่ BWG ตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นในสระบุรี” นายอัครวิทย์ กล่าว
สำหรับโครงการธนาคารอิ่มสุขได้เริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 และได้รับความร่วมมือจากชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกครั้งที่จัดกิจกรรม เห็นได้จากสถิติการลดการใช้ถ่านหินที่ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ครั้งที่ 1 ที่เทียบเท่าการใช้ถ่านหิน 419.69 กิโลกรัม เพิ่มเป็น 1,351.55 กิโลกรัมในครั้งที่ 2 และพุ่งสูงขึ้นเป็น 2,525.267 กิโลกรัมในครั้งที่ 3 จนถึงครั้งที่ 4 ที่ขยับขึ้นมาเป็น 3,043.12 กิโลกรัม และล่าสุดในการจัดกิจกรรมครั้งที่ 5 นี้ ปริมาณขยะเชื้อเพลิงยังคงเติบโตทำสถิติใหม่ 13,180 กิโลกรัม ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณขยะที่รวบรวมได้ตลอดทั้งโครงการมีจำนวนรวมสะสมสูงถึง 20,519.63 กิโลกรัม หรือคิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 2,947 ต้น ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในระดับฐานราก