เจาะกลยุทธ์ Origin Hotel กับแนวคิด Circular Business Model
4 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน วางเป้า 5 ปี สู่พอร์ตทรัพย์สินมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท
ด้วยแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งผ่าน 4 แกนยุทธศาสตร์หลัก “Develop - Operate - Divest - Re-Invest” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน “ออริจิ้น โฮเทล” (ORIGIN HOTEL) กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในเครือออริจิ้น กรุ๊ป วันนี้ ORIGIN HOTEL พร้อมก้าวสู่แกนที่ 4 เดินหน้า “Re-Invest” เพื่อสร้างโอกาสเติบโตระลอกใหม่ตามเป้าหมาย ตอกย้ำความสำเร็จจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ได้วางรากฐานธุรกิจโรงแรมมาตั้งแต่ปี 2555 ภายใต้ชื่อ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน) ก่อนจะแปรสภาพและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ออริจิ้น
โฮเทล จำกัด (มหาชน) ในปี 2566
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ ORI ให้ความสำคัญกับธุรกิจโรงแรมเนื่องจากมองว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งคอนโดฯฯและบ้านจัดสรร มีความผันผวนตามวัฏจักรธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทฯต้องการสร้างธุรกิจที่มีรายได้ประจำ หรือ Recurring Income เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านกลุ่ม “ORIGIN HOTEL” บริษัทลูกของ ORI ที่ปัจจุบัน มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่มธุรกิจ โดยภายในปี 2569 นี้ มีโครงการที่พัฒนาแล้ว ได้แก่
Circular Business Model ถอด 4 แกน หัวใจพาธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจของ Origin Hotel ลงทุนและพัฒนาในรูปแบบโมเดลที่เป็นวัฏจักร Circular Business Model ผ่านกลยุทธ์ 4 แกนหัวใจสำคัญ พาธุรกิจสู่ความยั่งยืน นั่น คือ ‘Development - Operation - Divestment - Reinvestment’
แกนที่ 1. Development : พัฒนาและสร้างโครงการร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างสินทรัพย์และโอกาสใหม่ๆ ออริจิ้น โฮเทล ดำเนินการลงทุนทั้งในรูปแบบพัฒนาเอง พร้อมกับชูความแกร่งผ่านสูตร JV (Joint Venture) กับพันธมิตร Partnership จาก 3 กลุ่มหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือ
ซึ่งล่าสุดเมื่อกรกฎาคม 2569 ออริจิ้น โฮเทล ประกาศความร่วมมือกับ HBNB Hotel101 Global Holdings Corp. บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq สหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาโครงการ Hotel101 Bangkok Don Mueang เป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ Hotel101 แห่งแรกในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรม พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
แกนที่ 2 Operation : บริหารสินทรัพย์ให้เกิดรายได้ สร้าง Value และมาตรฐานระดับสากลโดยการดึงเชนโรงแรมระดับโลก (International Chain) และพันธมิตรต่างชาติเข้ามาบริหารและร่วมทุนในธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่ม Value หรือ สร้างความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในคุณภาพการบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในกรุงเทพ พื้นที่เศรษฐกิจ EEC ภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น โดยมีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ในระหว่างการพัฒนาด้วยเชนโรงแรมระดับโลกหลัก ทั้ง IHG Hotels & Resorts (InterContinental Hotels Group) 5 แห่ง, Accor 3 แห่ง และMarriott 1 แห่ง และแบรนด์ของทางบริษัทอีก 1 แห่ง
แกนที่ 3 Divestment : ปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ตามจังหวะที่เหมาะสม แผนการขายสินทรัพย์โรงแรมออกบางส่วน (Divestment) เพื่อสร้างกระแสเงินสดและบันทึกกำไรตามรอบวัฏจักรธุรกิจ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา ออริจิ้น โฮเทล Exit โรงแรมจำนวน 4 แห่ง มูลค่ารวม 6,500 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ซึ่งอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (IRR Average) อยู่ที่ประมาณ 32% นอกจากนี้ ยังมีแผนการสร้างกำไร หรือรับรู้มูลค่าผ่านหลากหลายช่องทาง และมีแผนเตรียมต่อยอดเข้าสู่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT)
แกนที่ 4 Reinvestment : นำเงินจากการ Divest กลับมาสร้างโอกาสใหม่ ขยายพอร์ต และต่อยอดการเติบโต จากความสำเร็จในการขายสินทรัพย์รวมถึงช่องทางการสร้างกำไรจากช่องทางอื่นในอนาคต เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ นำไปสู่การขยายพอร์ตโฟลิโอ ได้หลากหลาย ทั้งโรงแรม, Mixed-Use และขยายฐานธุรกิจไปยังธุรกิจใหม่ซึ่งบริษัทฯมีที่ดินและมีโครงการที่จะลงทุนพัฒนาในอนาคตรองรับแล้ว
“ถึงวันนี้ธุรกิจ Origin Hotel ได้เริ่มผลิดอกออกผลตามแผนการลงทุนธุรกิจ ครบรอบทั้ง 4 แกนหลักแล้ว ซึ่งเราจะไม่หยุดแค่นี้ สภาพคล่องที่ได้จากการดึงเงินทุนออกมาเพื่อนำไปต่อยอดในโอกาสทางการค้า การลงทุนอื่นๆ ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนนี้ ผมคิดว่าจะช่วยสร้างอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงขึ้น และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯด้วยเช่นกัน" นายพีระพงศ์ กล่าว
ด้าน นายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯกำลังก้าวเข้าสู่การลงทุนครั้งใหม่ Re Invest ลงทุนพัฒนาตามแผนทั้งโรงแรม ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และธุรกิจพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยปัจจุบัน ได้พัฒนาโครงการโรงแรมจำนวน 9 แห่ง 2,306 Keys และในไตรมาส 4/2569 จะเปิดใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง คือ Moxy ภูเก็ต เจ้าฟ้า จำนวน 255 Keys คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 780 ล้านบาท ทำให้โดยรวมสิ้นปี 2569 มีพอร์ตโรงแรม 10 แห่งจำนวน 2,561 Keys
ส่วนกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office Building Business) เปิดให้บริการ 1 อาคาร ภายใต้ชื่อ ออริจิ้น คอมเพล็กซ์ สนามเป้า (Origin Complex Sanampao) มีพื้นที่เช่ารวม 36,000 ตร.ม. มูลค่าสินทรัพย์ ประมาณ 2,500 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ คือ ติดบีทีเอส สนามเป้า ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานอาคารสีเขียว (LEED Certified) ระดับ LEED GOLD- Certified และ เป็นอาคารสำนักงานยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Hybrid Workplace)
สำหรับกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ มีแผนพัฒนา 3 ทำเล ได้แก่ แจ้งวัฒนะ ศรีนครินทร์ และระยอง มีพื้นที่ขายรวม 13,448 ตารางเมตร ภายใต้ชื่อ Portobello Mall (พอร์โทเบลโล มอลล์) ซึ่งในไตรมาส 4/2569 จะเปิดให้บริการ Portobello Mall แจ้งวัฒนะ คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ล่าสุด ที่จะมาเป็น Hub แห่งใหม่ ด้วยขนาดพื้นที่ขายประมาณ 7,000 ตารางเมตร แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางแจ้งวัฒนะ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยจุดเด่น คือ ทำเลที่ตั้งศักยภาพ อยู่ติดถนนใหญ่แจ้งวัฒนะ ใจกลาง Working Hub ใกล้ศูนย์ราชการและออฟฟิศชั้นนำ เดินทางสะดวก ติดถนนใหญ่และรถไฟฟ้าสายสีชมพู พร้อมที่จอดรถกว่า 170 คัน และตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ Grab & Go สำหรับวันเร่งรีบ และ Family Space สำหรับวันพักผ่อนของครอบครัว
นอกจากนี้ บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ในเร็วๆนี้ ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ย่าน BTS อ่อนนุช และ BTS อุดมสุข รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว เมืองภูเก็ต ย่านเชิงทะเล กะตะ ทั้งนี้จากแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปี นับจากปี 2569 -2573 มูลค่าทรัพย์สินของ Origin Hotel จะอยู่ที่ 24,500 ล้านบาท