บสย. เผยผลงาน 2 เดือนแรก ค้ำกู้ให้ SMEs กว่า 1.45 หมื่นล้าน จำนวน 17,853 ราย งัดยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ขยายโอกาส SMEs เข้าถึงสินเชื่อดียิ่งขึ้น ลั่นทั้งปี 69 ปั๊มยอดค้ำกู้ทะลุ 7 หมื่นล้าน ตั้งเป้าพร้อมช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย และ “ปลดหนี้” ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย เร่งเครื่องยนต์ 4 พลังบวกใหม่ เข้าถึงสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงิน พร้อมต่อยอดบรืการสู่แพลตฟอร์มกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs เชื่อมต่อ Virtual Bank พลิกโฉมค้ำประกันสินเชื่อ ตอบโจทย์โลกการเงินยุคใหม่
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงาน 2 เดือนแรกปี 2569 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 14,567 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 17,853 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 60,160 ล้านบาท และช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส โดยเมื่อเทียบกับยอดค้ำประกันสินเชื่อในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (Year on Year) พบว่า มียอดค้ำประกันสูงกว่าถึง 4.43 เท่า สำหรับเป้าหมายหลักในปี 2569 บสย. เดินหน้าขยายบทบาทการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างโอกาสให้ SMEs ด้วยยุทธศาสตร์ “3-Prompt” (บสย. 3 พร้อม) “พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+” ต่อยอดจากมาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งยุทธศาสตร์ “3-Prompt” พลิกโฉมการช่วยเหลือ SMEs
โดย Promptแรก มาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ” ปีนี้ตั้งเป้ายอดค้ำประกันสินเชื่อกว่า 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” 50,000 ล้านบาท และมาตรการอื่นๆ กว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมากกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 67,500 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 615,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 295,000 ล้านบาท โดยปีนี้จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ SMEs ในกลุ่มต่างๆ อย่างเฉพาะเจาะจง ผ่านโครงการหลัก ได้แก่
มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. Quick Big Win ตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อกลางเดือนธันวาคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 16,500 ล้านบาท คาดว่าจะอนุมัติเต็มวงเงิน 50,000 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2569 นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ด้วยจุดเด่น ค้ำประกันยาว 7 ปี ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก และเป็นครั้งแรกที่มีการนำเครื่องมือ Risk-based Pricing (RBP) มาใช้กับมาตรการรัฐ ด้วยอัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 1% และเพิ่มอัตราชดเชย NPL สูงขึ้น (Max Claim) เพื่อดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost ลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ทำให้สถาบันการเงินเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs มากยิ่งขึ้น
มาตรการอื่นๆ ได้แก่ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” วงเงินคงเหลือ 3,500 ล้านบาท ขยายระยะเวลารับคำขอจนถึงสิ้นปี 2569 โดยปีนี้ได้ขยายความร่วมมือกับลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ (Captive Finance) พร้อมรองรับงานมอเตอร์โชว์ 2026 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ บสย. ดำเนินการเอง โดยมุ่งขยายการค้ำประกันไปยัง Non-Bank ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 70 ราย เพื่อช่วยกลุ่มรายย่อย Micro SMEs ที่เป็น “กลุ่มเปราะบาง” และมีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน โดยเน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 100,000 บาท
Prompt ที่สอง "บสย. พร้อมช่วย” ให้กับ SMEs ใน 2 มิติ คือ ให้ความช่วยเหลือผ่าน มาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ลด ปลดหนี้ แก้หนี้ยั่งยืน พิเศษ! ลูกหนี้ที่ต้องการปลดหนี้ ปิดบัญชี ลดต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” หนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท และลดต้นสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ SMEs หนี้คงเหลือมากกว่า 2 แสนบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 5,835 ราย ในจำนวนนี้ตั้งเป้าช่วยลูกหนี้ “ปลดหนี้” ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 992 ราย อีกไฮไลท์ในปีนี้ คือเพิ่มความสะดวกให้ลูกหนี้ สามารถสมัครร่วมมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” พร้อมเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ด้วยตัวเอง ผ่าน LINE OA : @tcgfirst
นอกจากนี้ บสย. ยังตอกย้ำบทบาท “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs” (บสย. F.A. Center) โดยปีนี้เน้นการทำงานเชิงรุก เพิ่มศักยภาพด้านความรู้ ทักษะประกอบอาชีพ โดยขยายความร่วมมือในรูปแบบ “ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs” หรือ TCG Financial Hub ร่วมกับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตร เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในปีนี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมจัดโครงการ Business School on tour ช่วยเหลือ SMEs ร่วมกับสำนักงานเขต บสย. ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ เป็นต้น
Prompt ที่สาม บสย. พร้อมพลัส+” ด้วย 4 เครื่องยนต์ พลังบวกใหม่ (4 New Engines) ได้แก่
1. เพิ่มการเชื่อมโยงระบบ Operating Model บสย. เข้ากับโครงการ SMEs Credit Boost มาตรการเฉพาะจุด โดยใช้ความชำนาญ บสย.รับบริหารมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อมากกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อยกระดับงานด้าน Operating ของ บสย. ไปพร้อมกับการขยายสู่พันธมิตรผู้ให้บริการสินเชื่อใหม่ๆ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ตลอดจนขยายการรับรู้ (Awareness) ไปยังกลุ่มธุรกิจทุกขนาด ครอบคลุมทุก Sectors ธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น
2. เพิ่มเครื่องมือบริการเครดิตสกอริ่ง TCG Score (As-a-Service) ผสานกับ “เครดิตสกอริ่ง” ของกระทรวงการคลัง และผู้ให้บริการเครดิตสกอริ่งอื่นๆ เพื่อบูรณาการเป็นเครดิตสกอริ่ง สำหรับประเมินกลุ่มรายย่อย Micro SMEs หรือ “กลุ่มเปราะบาง” ตลอดจนให้บริการตรวจสุขภาพทางการเงินด้วย “TCG Score As-a-Service” กับสมาชิกหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของแต่ละกลุ่มเป้าหมายตามระดับความเสี่ยง (Risk-based) แบบเฉพาะเจาะจงได้
3. เพิ่มแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ SMEs First and Fast พลิกโฉมการให้บริการของ บสย. (New Customer Journey : O2O) โดยให้ SMEs มาพบ บสย. ก่อน (Direct Approach) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านเครดิต (Credit Capacity and Enhancement) โดย บสย. เป็นตัวกลาง SMEs’ Gateway เพื่อเชื่อมต่อ SMEs ทุกกลุ่มที่มีความต้องการด้านสินเชื่อ เข้ากับผู้ให้บริการทางการเงินที่เหมาะสม
4. เพิ่มเครื่องมือ “PromptClaim Management” ให้กับสถาบันการเงิน ยกเครื่องการให้บริการผ่านรูปแบบการจองวงเงินรายใบ (PromptClaim Dashboard) ด้วยบริการค้ำรายใบ เคลมรายใบ จองวงเงินรายใบ และบริหารเงินเคลมตามสัดส่วนของพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อ (Max Claim by Portfolio) ของแต่ละสถาบันการเงินด้วยตัวเองได้แบบ Real-time โดยเตรียมเปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
“บสย. พร้อมเป็นเครื่องมือหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มุ่งปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อ และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ” ดร.สิทธิกร กล่าว