บลจ. กสิกรไทย ครึ่งปีแรกท้อปฟอร์ม เงินใหม่ไหลเข้าสูง 8 หมื่นล้าน ดัน AUM โตพุ่ง 7% ชนะตลาด ครึ่งปีหลังแนะกองตราสารหนี้ไทย-เทศ และกองหุ้น ส่วนหุ้นไทย คาด SET ต่ำสุดไม่หลุดจุดเดิมที่ 1,050 จุด และสูงสุด 1,300 จุด
นายวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย (KASSET) เปิดเผยถึงทิศทางการเติบโตของบริษัทในปี 2568 ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ (สิ้น มิ.ย. 2568) KASSET เติบโตได้สูงถึง 7% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าภาพรวมกองทุนรวมทั้งระบบที่เติบโต 1% โดย สิ้น มิ.ย. นี้ KASSET มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) อยู่ที่ 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น AUM ของกองทุนรวมประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท โดยมีเงินใหม่ไหลเข้าสุทธิ 8 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 50% ของเงินใหม่ที่ไหลเข้ากองทุนรวมทั้งระบบกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ในการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าเข้าลงทุนอย่างเหมาะสมภายใต้สถานการณ์การลงทุนที่มีความผันผวนสูงจากสงครามการค้า ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกและไทยชะลอตัว
ทั้งนี้ KASSET ยังคงเป้าหมายการเติบโตของ AUM ในช่วง 3 ปี (2568-2570) ไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนล้านบาท
“ครึ่งแรกปีนี้ เราโตได้ 7% เพราะทำงานร่วมกับเคแบงก์ เข้าไปแนะนำลูกค้าให้ลงทุนกองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสมตั้งแต่ต้นปีแล้ว ถือว่าแนะนำถูกที่ถูกเวลา พอมีเรื่องภาษีทรัมป์ประกาศต้นเดือนเมษายน ตลาดหุ้นไหลลง 20% ลูกค้าเราก็ไม่เดือดร้อนมาก อย่างกองทุนตราสารหนี้เป็นบวกอยู่ ส่วนกองทุนผสม ติดลบอย่างมากแค่ 3% น้อยกว่าที่ตลาดลง เราพาลูกค้าฝ่าพายุรอดมาได้ “
สำหรับทิศทางในครึ่งปีหลังนี้ KASSET คงคำแนะนำการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ ส่วนกองทุนหุ้นแนะนำ K-GPIN ซึ่งเป็น Global Equity Fund และมี Option ที่ช่วยบริหารด้านความเสี่ยง เหมาะกับตลาดหุ้นที่มีความผันผวนมากๆและฝ่าด่านคลื่นลมเศรษฐกิจไปได้
นายวิน ให้มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย หลังจากไทยถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า 19% ว่า เป็นอัตราภาษีที่เกาะกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2568 เชื่อว่าตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยได้สะท้อนข่าว (price in) ภาษีไปหมดแล้ว ส่วนประเด็นที่น่ากังวลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะเป็นการเมืองไทยและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย หากในกรณีแย่สุด ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) คาดปรับตัวลงไม่ต่ำไปกว่าจุดต่ำสุดเดิมที่อยู่ 1,050 จุดแล้ว ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นหรือไม่ หากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ก็จะทำให้ไปต่อได้ โดยแนะนำให้เลือกลงทุนหุ้นปันผล ซึ่งจะให้ผลตอบแทนดี 5% ซึ่งกองทุน K-Value เป็นกองที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลสูง จะมี 4 กลุ่มคือ ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ สื่อสาร และพลังงาน กองทุนนี้จะมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นไทย
นางสาวภารดี มุณีสิทธิ์ CFA, รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน KASSET กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3 นี้ ได้ Price in เรื่องภาษีทรัมป์ที่เก็บไทย อัตรา 19% ซึ่งจะมีผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน และนักวิเคราะห์มีการปรับลดประมาณการณ์กำไร ของบจ.แล้ว 8% และ GDP ไทยปีนี้คาดเติบโต 1.5% ปรับเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 1.4% หลังจากนี้ ต้องติดตามดูว่า กลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ โดยมองว่า ดัชนีหุ้นไทยมี upside ไม่มากแล้ว โดยคาด SET สูงสุดอยู่ที่ 1,300 จุด