แนวโน้มตลาดวันนี้ (4 ส.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอ็กซ์ คาด SET แกว่งในกรอบ ราคาน้ำมันดิบทรงตัว ตลาดจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลัง ปธน. ทรัมประบุว่าสหรัฐฯ กําลังเจรจากับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านออกมาปฏิเสธในเรื่องนี้ แต่กําลังหารือกับโอมานเพื่อเพิ่มการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม Bond Yield ที่ปรับลงช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้าง คาดนักลงทุนยังสลับกลุ่มไปยังหุ้นกลุ่ม Value และ Laggard ทางเทคนิค ดัชนีแกว่งผันผวนรอเลือกทิศทางที่ชัดเจนหากกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้จะเปนสัญญาณที่ดีขึ้น
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านและได้บรรลุข้อตกลงในหลักการแล้ว ทำให้ราคา Brent ปรับลงต่อเนื่องใกล้ระดับ US$80/bbl.สะท้อนความคลายกังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มหุ้น Anti-Oil
• อินเดียประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. เป็นต้นไป เพื่อลดแรงจูงใจการส่งออกและประคองปริมาณสำรองในประเทศ ท่ามกลางภาวะอุปทานชะงักที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น BCP, TOP, SPRC
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสัปดาห์ก่อนที่ 567,312 คน ลดลง 2.9%WoW จากความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนใต้ ส่วนกลุ่มระยะไกลยังขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมช่วง 7M26 ที่ 18.51 ล้านคน คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วง 4Q26 เป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว ERW, CENTEL
• นายกฯ ส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาขยายมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ หลังได้รับเสียงตอบรับเชิงบวก แต่ต้องคำนึงถึงงบฯ และภาวะเศรษฐกิจ โดยมาตรการดังกล่าวได้สนับสนุนกำลังซื้อภายในประเทศในช่วงที่ผ่านมา เป็น Sentiment บวกเล็กน้อยต่อกลุ่มค้าปลีก CPALL และไฟแนนซ์ MTC, SAWAD
• Bloomberg รายงานว่า China Mobile กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายหุ้น TRUE ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนถือครองอยู่ที่ 7.8% เบื้องต้นมองประเด็นดังกล่าวไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของ TRUE และหากราคาหุ้น TRUE ปรับลง มองเป็นโอกาสเข้าซื้อ
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบและแรงกดดันเงินเฟ้อ ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก รวมทั้งตลาดอยู่ระหว่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ (การจ้างงาน และ PMI ภาคการผลิต) ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาด EM แต่คาดยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงดัชนีจากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรรายตัว ตลอดจนค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อการไหลกลับของ Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
BCH: เป็นหุ้น Laggard ที่คาดจะเป็นเป้าหมายของกระแสเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยตั้งแต่ เม.ย. และคาดรายได้ใน 2H26 จะฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าใน 1H26 และมี Upside Risk จากการพิจารณาปรับขึ้นอัตราเบิกจ่ายประกันสังคมที่คาดจะมีความชัดเจนใน 4Q26 เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.00 บาท
MTC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เริ่มปรับลง คาดกำไรสุทธิ 2Q26 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.87 พันลบ. หนุนจากสินเชื่อที่เติบโตและ NIM ที่ดีขึ้น Valuation มีความน่าสนใจ เทรดที่ 2026F PE 9.7 เท่าและมีสัดส่วนการถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.50 บาท