แนวโน้มตลาดวันนี้ (26 ต.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งผันผวน แม้ราคาน้ำมันดิบ Brent จะย่อลงเล็กน้อยหลังพุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดจากการที่ ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าพร้อมกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่สัปดาห์นี้มีหลากหลายประเด็นติดตามทั้งการประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง รวมทั้งการประกาศงบฯ ทำให้ความผันผวนยังมีสูง ประเด็นวันนี้ติดตามประชุม ครม. พิจารณาโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟประชาชน ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์ขึ้น แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้านกรอบบนทำให้การฟื้นตัวยังไม่ชัด
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ทำจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ US$116/bbl จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาปะทุ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ ปธน. ทรัมป์ อาจยกระดับการโจมตีอิหร่านหลังผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. นี้ ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP PTT) แต่ลบต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM AAV THAI)
• Reuters รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลของรัสเซียลอตแรก 40,000 ตัน เดินทางสู่สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2022 ตามข้อตกลงทรัมป์-ปูติน ขณะที่ IEA เตรียมระบายดีเซลจากคลังสำรองอีก 20 ล้านบาร์เรล การเพิ่มขึ้นของอุปทานจะกดดันส่วนต่างราคากลั่น ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP)
• รมว.คลัง เตรียมเสนอโครงการโซลาร์ภาคประชาชนเข้า ครม. วันที่ 26 ต.ค. นี้ ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน โดยรัฐช่วยอุดหนุนค่าอุปกรณ์ราว 50,000 บาท/ครัวเรือน (วงเงิน 5 หมื่นลบ.) ผสานกับสินเชื่อจาก 3 แบงก์รัฐอีก 8 หมื่นลบ. พร้อมรับซื้อไฟคืน 2.20 บาท/หน่วย คาดเปิดลงทะเบียน One Stop Service พรุ่งนี้ (27 ต.ค.) มองบวกต่อกลุ่มติดตั้งและค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (GUNKUL HMPRO GLOBAL)
• กระทรวงการคลังตัดสินใจชะลอมาตรการจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อป้องกันผลกระทบซ้ำเติมต้นทุนสายการบินและภาระภาษีซ้ำซ้อนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (จ่ายทั้งขาเข้าและขาออก) ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW)
• รมว. พาณิชย์สั่งเร่งประเมินความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยจากสถานการณ์การชุมนุมใน 6 ประเทศในยุโรป ซึ่งอาจกระทบเป็นวงกว้าง รวมถึงค่าเงินยูโรที่อ่อนลงและบริการขนส่งและกระจายสินค้า ระยะสั้นมองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มส่งออกที่มีฐานลูกค้าในยุโรป (KCE HANA TU ITC)
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศ จับตา US GDP 3Q26 และ Core PCE เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย Fed รวมถึงงบ Big Tech สหรัฐฯ ด้านการประชุม Fed, ECB, BoJ และ กนง. คาดคงดอกเบี้ย ส่วน BoE คาดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ในประเทศมีกระแสเงินหมุนเข้าเก็งกำไรงบ 3Q26 กลุ่ม Real Sector และจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (27-30 ต.ค.) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Momentum Play ที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ DELTA GLOBAL SCGP PTTEPTRUE
2. High-Season Tourism & Flood Relief Play ที่ได้อานิสงส์แบบทวีคูณจากคลายกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ผ่านจุดพีกไปแล้วและยังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของฤดูกาลท่องเที่ยวไทยใน 4Q26 ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRCGLOBAL HMPRO)
3. Tech Sentiment & Weak Baht Play ซึ่งคาดมีโอกาสได้ Sentiment บวก หากงบ Big Tech สหรัฐฯ ออกมาดี หรือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งจนหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและค่าเงินบาทอ่อน ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC)
4. Domestic Investment Play: หุ้นที่คาดจะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น ทั้งจากการขยายฐานการผลิต (FDI), การลงทุน Data Center, แผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และ กลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนตามปัจจัยมหภาคต่างประเทศเป็นหลัก โดยติดตามตัวเลข GDP 3Q26 และดัชนี Core PCE ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟดในการประชุม พ.ย. รวมถึงการประกาศงบ 3Q26 ของหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำสหรัฐฯ จะเป็นตัวกำหนด Sentiment ความเสี่ยงของตลาดโลก ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ Fed, ECB, BoJ, กนง. คาดมีมติคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ก่อน ขณะที่ปัจจัยในประเทศคาดมีกระแสเงินทุนหมุนเข้าเก็งกำไรงบ 3Q26 ในกลุ่ม Real Sector รวมทั้งจับตาการเปิดประชุมสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 27-30 ต.ค. นี้ ด้านปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังจำกัด Upside ของตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy
Daily Top Picks
CRC: ปัจจัยสนับสนุนจาก SSS ที่เติบโตเร่งขึ้นใน ก.ย. ที่ 4% เทียบกับ 1.5% ในช่วง ก.ค.-ส.ค. และ SSS ใน 3Q26F คาดจะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีก สนับสนุนจากธุรกิจ Food ใน Tops และ Go Wholesale คาดกำไร 3Q26F จะเติบโตแข็งแกร่งจาก SSS, มาร์จิ้น และบาทอ่อนค่าหนุนรายได้ในเวียดนาม เป้าหมายระยะสั้นที่ 32.75 บาท
PTTEP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน บนความกังวลสงครามตะวันออกกลางอาจกลับมาปะทุอีกครั้ง สัญญา PSC ฉบับใหม่จะเพิ่มส่วนแบ่งผลผลิตและยกระดับศักยภาพการทำกำไรในระยะต่อไป และมีศักยภาพการจ่ายปันผลที่แข็งแกร่ง ด้วย Div. Yield ที่ 6.1% เป้าหมายระยะสั้นที่ 166.00 บาท