เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น SCC หรือ ปูนซีเมนต์ไทย ราคาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด แทบโงหัวไม่ขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นขาลงมาโดยตลอด ล่าสุดวานนี้ปรับตัวลดลงมาอีก 9 บาท หรือ 2.67% มาปิด 328 บาท นับเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 2 ปี
SCC เคยติดอันดับท็อป 5 ของหุ้นในขนาดใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ มีมาเก็ตแคปมากถึง 463,200 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
แต่วันนี้มาเก็ตแคป เหลือแค่ 393,600 ล้านบาท เทียบจากสิ้นปี 2564 มาเก็ตแคปหายไป 69,600 ล้านบาท
และถึงแม้ราคาปรับตัวลดลงมากขนาดนี้ แต่ก็อาจจะยังไม่ใช่จังหวะซื้อ เพราะในความเห็นของบล.ทิสโก้ ให้มูลค่าที่เหมาะสมไว้แค่ 312 บาท
โดยบล.ทิสโก้ มองว่าแนวโน้มผลประกอบการของ SCC จะแย่ลง ด้วยวัฎจักรธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างกำไรให้กับ SCC ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา อยู่ในช่วงขาลง โดยอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์ Naphtha โดนกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชลอตัว รวมทั้งจีนที่ประกาศล็อคดาวน์ จากมาตรการ Covid Zero คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปสงค์โลก ทำให้ SCC ปรับลดกำลังการผลิตลง 15% เทียบกับกลุ่มที่ 20-25%
ด้านผลิตภัณฑ์จาก โอเลฟินส์ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้ คาดการผลิตคงที่เมื่อเทียบต่อไตรมาส ขณะที่การผลิตของโครงการ Longsun จะกลับมาเต็มที่ในครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งไม่มากพอที่จะหนุนผลประกอบการ
ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างก็ยังฟื้นตัวได้ไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนถ่านหินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลัง ถ่านหินต้นทุนต่ำจะเริ่มหมดลง ทำให้ปรับประมาณการปี 2565-2567 ลดลง 4-11%
ขณะที่ปัจจัยบวกเดียวในระยะสั้นของ SCC คือ การนำ บริษัท เอสซีจี เคมีคอล หรือ SCGC ซึ่งเป็นบริษัทลูก เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีโอกาสล่าช้าออกไป เนื่องจากสถานการณ์การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ไม่เอื้ออำนวย และธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ดีพอ คาดว่าจะนำหุ้นกระจายขายประชาชนทั่วไปน่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2566
นอกจาก บล.ทิสโก้ ที่แนะนำขายแล้ว บล.ธนชาติ และ บล. CGS-CIMB ก็แนะนำขายด้วยเช่นกัน โดยทั้ง 2 แห่ง ให้ราคาเหมาะสมไว้แค่ 300 บาทเท่านั้น
แม้จะมีโบรกเกอร์บางแห่งที่มองต่างมุม แนะนำให้ซื้อ บล.โนมูระพัฒนสิน ให้ราคาเป้าหมาย 480 บาท บล.เอเชียพลัส ให้ราคาเหมาะสม 420 บาท บล.หยวนต้าให้ราคาเป้าหมาย 400 บาท บล.กสิกรไทย แนะนำถือให้ราคาเป้าหมาย 380 บาท
ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นบิ๊กเพลเยอร์ ในหุ้นบลูชิพ มีการขายหุ้น SCC มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมสุทธิ ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบัน มากถึง 6,051.5 ล้านบาท