Market

InnovestX คาด SET พักฐาน ปัจจัยแวดล้อมเป็นลบ
8 มิ.ย. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (8 มิ.ย.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์  คาด SET ปรับลง ราคาน้ำมัน-Bond Yield ดีดขึ้น ความหวังยุติสงครามตะวันออกกลางและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดน้อยลงหลังอิหร่านกลับมาโจมตีอิสราเอล กดดัน sentiment การลงทุนช่วงสั้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดเผชิญแรงขายต่อตามหุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐฯ ที่ร่วงลงจากความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นเร็วกว่าคาดหลังตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ดีเกินคาด ขณะที่กลุ่มพลังงานต้นนาคาดปรับขึ้นตามราคานามันทางเทคนิคหากดัชนีย่อลงมาแต่ไม่หลุดเส้น 10 วัน มองยังดีอยู่

 

ประเด็นสำคัญ

• เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงแรง โดย DJIA -1.35%, S&P 500 -2.64% และ Nasdaq -4.18% หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร พ.ค. ออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตลาดคาดเฟดอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยหรืออย่างน้อยชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปอีกระยะหนึ่ง เป็น Sentiment ลบต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

 

• เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 2.5%DoD หลังกองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อช่วงต้น เม.ย. ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งใหม่ ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางยิ่งเสี่ยงล้มเหลว ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

 

• Fitch Ratings ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 69 ลงสู่ +2.4% (เดิม +2.6%) และปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาเฉลี่ย Brent ปีนี้ขึ้นเป็น US$87/bbl. (เดิม US$70/bbl.) จากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านมีแนวโน้มยืดเยื้อและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น

 

• รมว. พาณิชย์เผยไทยนำอาเซียนปิดดีล DEFA สำเร็จ โดยเตรียมตรวจทานถ้อยคำกฎหมายก่อนลงนามในการประชุม ASEAN Summit พ.ย. 69 ชี้เป็นกติกาใหม่ลดต้นทุน-เชื่อมระบบดิจิทัล-เพิ่มโอกาส MSMEs ดันอาเซียนสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลโลก มองเป็นบวกระยะยาวต่อกลุ่มนิคมและ Data Center/Cloud Service 

 

• เงินเฟ้อไทยใน พ.ค. 69 ขยายตัว 2.79%YoY ต่ำกว่าตลาดคาดและชะลอจากเดือนก่อน จากราคาอาหารที่ปรับขึ้น สะท้อนว่าการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการได้เริ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันคงยังทรงตัวในระดับสูง สนค. ประเมินเงินเฟ้อใน มิ.ย. 2569 จะเร่งขึ้นสู่ราว +3% และทั้งปีอยู่ในกรอบ 1.5-2.5%

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought อย่างไรก็ดี คาด Downside จำกัด โดยจะเกิด Sector Rotation ในกลุ่มที่ยัง Laggard กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

 

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC GULF MINT MTC TIDLOR SCGP

 

2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

 

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

 

Trading Idea: 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE 2) หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งคาดได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีพัฒนาการเชิงบวกและราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ  สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT) และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากถูกนำเข้าคำนวณ SET50 (BCP MRDIYT TFG THAI) / SET100 (MRDIYT THAI THCOM TVO WHAUP) ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG CENTEL SAWAD) และ SET100 (DOHOME GFPT JAS JMART SISB)

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought โดยหากดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน 1600/1620 จุด แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรง แล้วรอจังหวะกลับเข้าสะสมใหม่เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาทางแนวรับที่ 1,540-1,550 จุด ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญติดตาม คือ การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจกลับมาสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และเงินเฟ้อพุ่งสูง อย่างไรก็ดี คาดดัชนีจะมี Downside ที่จำกัด เนื่องจาก Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F อยู่ที่ 13 เท่า (-1SD) เอื้อให้เกิดแรงซื้อคืนในลักษณะ Sector Rotation เข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหนึ่งในหุ้นที่คาดจะได้รับผลกระทบจำกัดจากสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาปะทะกันอีกครั้ง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจ FBB ประกอบกับค่าใช้จ่ายโครงข่ายที่ลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 366 บาท

 

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้นสะท้อนความตึงเครียดดังกล่าว ผลประกอบการ 2Q69 มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงและการเร่งการผลิตและปริมาณการจำหน่าย เป้าหมายระยะสั้นที่ 148.00 บาท

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com