บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เชื่อแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ยังเติบโตเชิงบวกต่อเนื่องจากไตรมาสแรก จากประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดีขึ้น ทั้งอัตราการเลี้ยงรอดและคุณภาพไก่ที่อยู่ในระดับน่าพอใจ พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงโรคระบาดในสัตว์ปีกผ่านระบบ Biosecurity อย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันโครงการฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว ภายใต้รูปแบบ Contract Farming มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 25% และยังเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด โดยบริษัทยังคงมั่นใจสามารถเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 3/2569 และทยอยรับรู้รายได้ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ หนุนการเติบโต การขยายฐานรายได้ และเสริมศักยภาพธุรกิจในระยะยาว.
ผศ.ดร.ศิริรักษ์ ขาวไชยมหา รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน พร้อมด้วยนางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา ร่วมนำเสนอข้อมูลบริษัทในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ประจำไตรมาส 1/2569 เปิดเผยแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ว่า บริษัทประเมินว่าธุรกิจยังมีทิศทางเติบโตเชิงบวกต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยได้รับแรงหนุนจากประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดีขึ้น ทั้งอัตราการเลี้ยงรอดและคุณภาพไก่ที่อยู่ในระดับน่าพอใจ
ขณะเดียวกันบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านโรคระบาดในสัตว์ปีกอย่างเข้มงวด ผ่านระบบ Biosecurity ที่ครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่ภายในฟาร์ม ระหว่างฟาร์ม เพื่อรองรับความเสี่ยงในช่วงฤดูฝน โดยสถานการณ์โรคระบาดในบางพื้นที่ยังส่งผลให้คู่สัญญาเพิ่มจำนวนรอบการเลี้ยงให้กับบริษัท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการบริหารจัดการฟาร์มและระบบป้องกันโรคของบริษัท
ด้านคืบหน้าโครงการฟาร์มไก่ไข่ ภายใต้รูปแบบ Contract Farming ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 25% และยังเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดบริษัทได้ดำเนินการด้านสถานที่ตั้งโครงการ การรับฟังความคิดเห็นของชุมชน (Public Hearing) รวมถึงขั้นตอนด้านใบอนุญาตก่อสร้างและการวางผังโครงการ ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการผลักดันโครงการเข้าสู่ระยะก่อสร้างและติดตั้งระบบฟาร์มอย่าง รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบบริหารจัดการภายในฟาร์ม เพื่อรองรับการนำไก่ไข่จำนวน 200,000 ตัวเข้าสู่กระบวนการผลิตตามแผนที่วางไว้
จากพัฒนาการของโครงการในปัจจุบัน บริษัทยังคงมั่นใจว่าสามารถเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (Commence Operation) ได้ตามเป้าหมายภายในไตรมาส 3/2569 และทยอยรับรู้รายได้ตามไทม์ไลน์ที่กำหนด หากไม่มีปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างหรือการติดตั้งระบบอย่างมีนัยสำคัญ โดยโครงการฟาร์มไก่ไข่ดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการเติบโต การขยายฐานรายได้ และการต่อยอดธุรกิจเกษตรของบริษัทในระยะยาว