Market

InnovestX คาด SET ชะลอสั้นหลังขึ้นต่อเนื่อง
12 ก.พ. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (12 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดพักตัวหลังขึ้นต่อเนื่อง สัญญาณ Fund Flow ยังเป็นบวกแต่เริ่มลดระดับลงเร็ว คาดตลาดผันผวนและติดที่แนวต้าน 1420/1430 เช่นเดิม โดยการลงหากพักฐานไม่นานไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1407/1400 ระยะสั้นตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไประดับหนึ่งแล้ว ปัจจัยภายนอก ตัวเลข NFPs ออกมาดีกว่าคาด แต่เป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ยาก กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา โดยรวมตลาดหุ้นโลกเริ่มมีช่วงชะลอการขึ้น หลังขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังหนุนหุ้นพลังงาน

 

ประเด็นสำคัญ

• WorldBank ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโต 1.6% (เดิม 1.8%) กดดันจากการค้าโลกที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า แต่จะเร่งตัว 2.2% ในปี 2570 หนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและ FDI ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริง

 

• Fitch Ratings ระบุว่าทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพหนี้สาธารณะจะเป็นปัจจัยกำหนด Sovereign Rating ในระยะถัดไป จากเมื่อปลายปี 2568 แนวโน้มอันดับเครดิตเรทติ้งของไทยเคยถูกปรับลงสู่ “เชิงลบ”

 

• ผู้ว่าฯ ธปท. กำลังพิจารณาขยายระยะเวลาผ่อนคลาย LTV ออกไป จากที่จะสิ้นสุดใน มิ.ย. 2569 เพื่อผลักดันการปรับโครงสร้างตลาดอสังหาฯ ต่อ และพยุงไม่ให้ตลาดอสังหาฯ หดตัวรุนแรง ด้าน REIC ประเมินยอดโอนฯ ในปี 2568 ที่ 353,389 หน่วย (+1.6%) โดยมีมูลค่า 9.95 แสนลบ. (+1.4%) มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI) อย่างไรก็ตามยังต้องการการสนับสนุนจากการปล่อยสินเชื่อจากภาคธนาคารควบคู่ไปด้วย

 

• OPEC คงคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2569 จะเพิ่มขึ้น +1.38MBD แต่ประเมินตลาดน้ำมันใน 2Q69 เกินดุลเล็กน้อยตามความต้องการน้ำมันที่คาดจะชะลอลงจาก 1Q68 เทียบกับภาพทั้งปี 2569 ที่คงมองตลาดจะขาดดุล ติดตามการประชุมร่วม OPEC+ ในวันที่ 1 มี.ค. นี้ว่า OPEC+ จะกลับมาเพิ่มการผลิตใน 2Q69 ตามแผนเดิมหรือไม่

 

• จ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯใน ม.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 1.30 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ด้านอัตราการว่างงานปรับลงสู่ 4.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.4% คลายความกังวลตลาดแรงงานสหรัฐฯ

 

กลยุทธ์การลงทุน

แม้ช่วงสั้นมอง SET มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมืองและสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขายทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุดได้อย่างมั่นคง ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”  

 

Daily Top Picks

GPSC: ปัจจัยกระตุ้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่มีแนวโน้มลดลงและมี Upside จากการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม PTT ด้านกำไรสุทธิ 4Q68 เติบโต 50%YoY ใกล้เคียงกับตลาดคาดและสูงกว่าเราคาดเล็กน้อย หนุนจากกำไรส่วนแบ่งจากการลงทุนที่ดี และ 1Q69 กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท

 

BDMS: ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประกันสุขภาพแบบ Co-payment และการกำหนดเครือข่ายโรงพยาบาลที่ชัดเจนโดยบริษัทประกันช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ปี 2568 คาดกำไรปกติเติบโต 3%YoY และเติบโตต่อ 8%YoY ในปี 2569 อัตราผลตอบแทนปันผลน่าสนใจช่วยลดความเสี่ยงขาลง เป้าหมายระยะสั้น 21.40 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com