Market

การบินไทย ปี 68 พลิกมีกำไรแล้ว แจกเงินปันผล  0.20 บ./หุ้น ในรอบ 13 ปี  เดินหน้าปี 69 เพิ่มเครื่อง-ขยายเส้นทางบิน คาดรายได้แตะ 2 แสนล้าน
26 ก.พ. 2569

การบินไทย ปี 68 พลิกมีกำไร 30,940 ล้านบาท  ประเดิมจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.20 บ.หุ้นในรอบ 13 ปี  ตั้งเป้าปี 69 ลุยต่อตามแผนขยายเส้นทางและรับเครื่องบินใหม่ หนุนกำลังการผลิตโต 5% คุมค่าใช้จ่าย   คาดปั๊ม รายได้เพิ่มแตะ 200,000 ล้านบาท

 

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น THAI กล่าวถึง ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2568 ว่า  การบินไทยมีกำไรสุทธิ 30,940 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนต่อหุ้น 6.26 บาท  โดยกำไรที่เกิดขึ้นเป็นผล

ผลจากการปรับกลยุทธ์ลุย Network Airline ดันไทยเป็นฮับเชื่อมต่อจุดบิน ช่วยเพิ่มการทำรายได้อีกทาง  ในช่วงโลว์ซีชั่น ขณะที่รายได้จากการบินแบบ Point-to-Point (จุดต่อจุด) จะสูงในช่วงไฮซีซันหรือช่วงฤดูท่องเที่ยว 

 

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯจึงได้มีมติให้จ่ายเงินเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอัตราหุ้นละ  0.21 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3-4%  เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีนับจากปี 2555  โดยจำนวนเงินที่นำมาจ่ายเงินปันผลทั้งหมดราว 20%ของกำไร

 

แนวโน้มการเติบโตของการบินไทยในปี 2569  นี้ จากแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ในปีนี้   28 ลำ  เมื่อรวมกับฝูงบินที่มีอยู่ปัจจุบัน รวมอยู่ที่ 02 ลำ   ทำให้ปีนี้จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 5% และแผนการบินขยายเส้นทางบินและเชื่อมเส้นทางบินอินเดีย - ไทย - จีน ตลาดศักยภาพสูง  โดยตั้งเป้าผู้โดยสาร 20 ล้านคน   ส่วนอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) จะอยู่ที่ราว 80% ปีนี้คาดจะทำรายได้อยู่ที่  2  แสนล้านบาท   จากผีที่แล้ว รายได้จากกการ ดำเนินงานอยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท

 

สำหรับรายละเอียดของ ผลการดำเนินงานปี 2568 มีดังนี้

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปี 2567 และคิดเป็นสัดส่วน 103.4% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 เป็นรายได้จากกิจกรรมขนส่งผู้โดยสารที่เติบโต 0.5% โดยในปี 2568 มีค่าใช้จ่ายไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 149,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567 ตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (EBIT) เป็นเงิน 40,839 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน จำนวน 676 ล้านบาท และมี EBITDA 53,880 ล้านบาท

 

ในปี 2568 มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวของบริษัทฯ และบริษัทย่อยสุทธิเป็นรายได้ 782 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ ปรับปรุงประมาณการไมล์หมดอายุ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9 นอกจากนี้ มีต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 13,154 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 30,940 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผลจากการปรับกลยุทธ์ลุย Network Airline ดันไทยเป็นฮับเชื่อมต่อจุดบิน และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนต่อหุ้น 6.26 บาท

 

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เปรียบเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวม 304,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% มีหนี้สินรวม 228,147 ล้านบาท ลดลง 7.6% ส่วนของผู้ถือหุ้น 75,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,323 ล้านบาท และจากผลประกอบการที่มีกำไร บริษัทฯ มีเงินสด รวมตั๋วเงินฝาก เงินฝากประจำ และหุ้นกู้ ที่มีระยะเวลาครบกำหนดชำระมากกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 12 เดือน จำนวน 123,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,571 ล้านบาท

 

ในปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 8.3% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 79.2% สูงกว่าปี 2567 ที่เฉลี่ยเท่ากับ 78.8% มีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.0% มีปริมาณการผลิตด้านการขนส่งสินค้า (ADTK) สูงกว่าปีก่อน 9.7% ปริมาณการขนส่งสินค้า (RFTK) สูงกว่าปีก่อน 8.3% อัตราส่วนการขนส่งสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 51.3% 

 

ปัจจุบันบริษัทฯ มีอากาศยานที่ใช้ทำการบินรวมทั้งสิ้น 80 ลำ แบ่งเป็นแบบลำตัวกว้างจำนวน 59 ลำ และลำตัวแคบ จำนวน 21 ลำ ที่รวมถึงอากาศยานแบบ Airbus A321neo จำนวน 1 ลำ ที่ใช้เครื่องยนต์ที่ทันสมัยและส่งเสริมความยั่งยืน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และรองรับการใช้เชื้อเพลิง SAF นอกจากนั้น ในตารางการบินฤดูร้อนปี 2569 การบินไทยพร้อมให้บริการเที่ยวบินสู่ 62 เส้นทางบินทั่วโลก รวมถึงการเพิ่มจุดบินใหม่เส้นทางกรุงเทพฯ - อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางประเทศจีนและอินเดียเพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นของผู้โดยสาร ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com