หุ้นไทยวันนี้ คาดแกว่งตัวขึ้นสลับลง ราคาน้ำมันดีดขึ้น มีแรงซื้อต่างชาติไหลเข้า แต่ระวังแรงขายลดเสี่ยงเพื่อรอผลประชุมเฟดคืนนี้ จับตาส่งสัญญาณทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยในรอบถัดไป พร้อมวิตกตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่จะประกาศปลายสัปดาห์นี้ หวั่นออกมาดีกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เป็นลบต่อตลาดหุ้น แนะเล่นหุ้นรายตัวที่มีข่าวบวกหนุน
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (2 พ.ย.) ประเมิน SET ปรับตัวขึ้น 1,630 - 1,635 จุดก่อนสลับอ่อนตัว แม้ Fund flow ต่างชาติจะยังหนุนตลาดในช่วงนี้ รวมถึงกระแสข่าวจีนคลายล็อคดาวน์ อย่างไรก็ตามตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่งจะหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขึ้นดอกเบี้ยต่อไป อีกทั้งแรงขายลดความเสี่ยงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว วันนี้ตลาดมีหุ้นใหญ่ บมจ.เบทาโกร เข้าเทรดวันแรก
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy แนะนำหุ้นที่คาดงบกำไรฯไตรมาส 3 (3Q22) เติบโต BDMS BH CPF TU GFPT BANPU EPG BEM BTS WHA และ AOT CENTEL ERW BA AAV SPA SISB AU CPN CRC CPALL อานิสงส์การเปิดประเทศและคาดงบ 3Q22 เติบโต ส่วน KBANK BBL SCB KTB TTB อานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้
-PLANB (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 8.50) ธุรกิจสื่อ OOH กำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น งบที่ชะลอตัวใน 3Q22 เป็นโอกาสในการเข้าซื้อคาดหวังกำไรฟื้นตัวใน 4Q22 และกลับมาทำ All Time high ในปีหน้า
-EKH (ปิด 8.05 ซื้อ/เป้า 9.20) EKH จะได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศของไทยและจีน รายได้ non-Covid และ IVF จากลูกค้าจีนจะกลับสู่ระดับก่อนโควิดเบื้องต้นคาดกำไรจะโต 9% และ 18% ในปี 2023 และ 2024
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) น้ำมันดิบบวกต่อ สต๊อกน้ำมันลด คาดหวังจีนเปิดประเทศ: ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.84 ดอลลาร์ (+2.1%) ปิดที่ระดับ 88.37 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานสต๊อกน้ำมันดิบลดลง 6.5 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6 แสนบาร์เรล และยังได้แรงหนุนจากกระแสคาดหวังจีนเปิดประเทศ
(-)FED Meeting - Key focus อยู่ที่ถ้อยแถลงของประธานเฟด: นักลงทุนมองข้ามการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ไปแล้ว และให้ความสำคัญต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. และปีหน้ามากกว่า ดังนั้น Key focus จึงอยู่ที่ถ้อยแถลงของประธานเฟด ว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. และปีหน้าอย่างไรหากโทนยังเป็น Aggressive จะสร้างความผิดหวังให้กับตลาดกดดัชนีร่วงแรง
(+/-) วันศุกร์การจ้างงานของสหรัฐอาจเปลี่ยนท่าทีของตลาด: โดยเฉพาะหากการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payrolls) ของสหรัฐเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2-2.4 แสนตำแหน่ง และมีอัตราการว่างงานลดลงต่ำกว่าระดับ 3.5% จะทำให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อีกครั้ง ปัจจัยนี้จะสร้างความกังวลให้นักลงทุนและเป็นปัจจัยลบกดดันตลาดในสัปดาห์ถัดไป