Market

PCC ขายเกลี้ยงไอพีโอ 307 ล้านหุ้น ตอกย้ำผู้นำด้าน Smart Grid ครบวงจร เข้าเคาะ 21 ต.ค.นี้ 
17 ต.ค. 2565

บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น หรือ PCC  หุ้นน้องใหม่อนาคตไกล ขายไอพีโอหมดเกลี้ยง 307 ล้านหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจเติบโตยั่งยืน ตอกย้ำผู้นำด้าน Smart Grid เตรียมลั่นระฆัง  21 ต.ค.นี้ ด้านซีอีโอ "กิตติ สัมฤทธิ์" ระบุ เดินหน้าขยายกำลังผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า ภายในปี 67  


นางสาววีรยา ศรีวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น หรือ PCC   เปิดเผยผลการจองซื้อหุ้นไอพีโอ PCC จำนวน 307 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4.00 บาท ระหว่าง 10-12 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมาว่า ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก ทั้งนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ PCC ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Smart Grid ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประกอบกับเป็นบริษัทฯที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตไปพร้อมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งมีงบพัฒนาระบบสมาร์ทกริด เกือบ 2 แสนล้านบาท  และเป็นหุ้นรายแรกที่เน้นระบบส่งและจำหน่าย  Smart Grid  ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 


ทั้งนี้ การที่หุ้น PCC ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากการกำหนดราคาหุ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ ประมาณ 19.16 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม โดยหุ้น PCC เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศ ในวันที่ 21 ตุลาคมในกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร พลังงานและสาธารณูปโภค


PCC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ประกอบด้วยสายธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ดังนี้ 

1. กลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า งานบริหารโครงการ งานบริการ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าทั้งแรงต่ำและแรงสูงขนาดไม่เกิน 115 kv และระบบบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ (Power Distribution & Energy Management System) 

2. กลู่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง พร้อมผลิตติดตั้งระบบควบคุมสำหรับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตมิเตอร์อัจฉริยะ (Intelligent Grid) และ 

3. กลุ่มธุรกิจลงทุนผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และผลิตเชื้อเพลิงจากพืชพลังงาน (Renewable Energy) และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 


นายกิตติ สัมฤทธิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น หรือ PCC กล่าวว่า โครงการในอนาคตที่สำคัญมีทั้งหมด 6 โครงการ คือ 1.ตั้งศูนย์การขายและการตลาด (Group Integration Sale & Marketing Center) ใช้เป็นสำนักงานขายสำหรับฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด นอกจากนี้ยังเป็น point of sale ของกลุ่มบริษัท เพื่อขยายยอดขายของกลุ่มบริษัท เนื่องจากบริษัทเพิ่ม scale ของการผลิตในสินค้าเดิมและขยายสินค้าใหม่  


2.โครงการเพิ่มกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย โดยที่เพิ่มกำลังการผลิต 3 เท่า หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,080 MVA ต่อปี ภายในปี 2567  


3.โครงการเพิ่มกำลังการผลิตตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าและตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ด และตู้อุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ เพื่อขยายกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับโครงการที่กล่าวไปข้างต้น และการเพิ่มการผลิตของตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ดในอนาคต 


4. ตั้งโรงงานผลิตในประเทศกัมพูชา โดยผลิตสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า หม้อแปลงเครื่องวัด และตู้ควบคุมไฟฟ้าชนิดต่างๆ ในประเทศกัมพูชา เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนในฐานะผู้ผลิตในประเทศ และได้รับการส่งเสริมการลงทุน สำหรับขายสินค้าดังกล่าวโดยตรงกับการไฟฟ้ากัมพูชา  


5.โครงการติดตั้งระบบจัดการพลังงาน (Factory Energy Management) มีแผนติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็น pilot project เพื่อนำเสนอลูกค้าภายนอกในอนาคต    


6.โครงการธุรกิจไผ่ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย คือ ตั้งโรงผลิตต้นกล้าไผ่ (Bamboo Plant Factory-Tissue Culture) เพื่อพัฒนาต้นกล้าไผ่ ปลูกแม่พันธุ์ และลานอนุบาลต้นกล้าไผ่สายพันธ์ต่างๆ เพื่อขายให้กับผู้สนใจในการปลูกไผ่ สนับสนุนอุตสาหกรรมไผ่ในอนาคต  และผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์ปลอดเคมีจากเยื่อไผ่ (Bamboo Packaging) ที่ปลอดภัยในการสัมผัสกับอาหาร และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ภัตตาคาร ร้านอาหาร และผู้รับจัดเลี้ยง ตลอดจนการขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce platform) ทั้งสองโครงการนี้ ทางหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ให้ทุนร่วมในการสนับสนุนด้วย


ทั้งนี้ ผลประกอบการล่าสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯมีรายได้รวม 1,727 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.3 จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,498 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 67.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 80 ล้านบาท
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com