หุ้นไทยวันนี้ อินโนเวสท์ฯ คาดภาพรวมตลาดหุ้นขึ้นต่อ ได้แรงส่งจากบจ.โชว์งบQ3/65 แนวโน้มดี แม้ระยะสั้นสลับย่อตัวบ้างจากความกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย ฉุดเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอย ชี้ SET ขึ้นในกรอบจำกัด แนวต้านหลัก 1600 จุด แนวรับ 1570-1580 จุด ช่วงนี้แนะหุ้นแบงก์ นอนแบงก์ หลีกเลี่ยงหุ้นโรงกลั่น หุ้นเดินเรือ
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (19 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาด SET ในภาพรวมปรับขึ้นได้ต่อ และมีโอกาสเกิดจุด
เปลี่ยนแนวโน้มแล้ว หลังปรับลงมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ โดยมองดัชนีปรับลงสะท้อนเรื่องการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แล้ว ขณะที่เข้าสู่ช่วงรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 (Q3/65) ที่แนวโน้มยังดี เป็นปัจจัยหนุนดัชนี ด้านแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1600 และ 1614 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับที่คาดเป็นจุดรองรับได้อยู่ที่ 1570-1580 จุด
ประเด็นสำคัญต่อตลาดหุ้น
- ประธานาธิบดีไบเดน สั่งการให้เตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองฯ 10--15 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์นี้เพื่อสร้างสมดุลให้ตลาดน้ำมัน
-
FedWatch Tool เพิ่มความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 1-2 พ.ย. เป็น 97.4% ส่วน 13-14 ธ.ค. คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ที่ระดับ 65.3%
- AAPL หรือค่าย Apple เตรียมปรับลดการผลิตไอโฟน 14 ลงราว 6 ล้านเครื่องในช่วงครึ่งปีหลังนี้
- ครม. เตรียมพิจารณาแผนเยียวยาน้ำท่วม-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีนี้ เช่น โครงการคนละครึ่งเฟส 6 ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน หนุน GDP ปีนี้โต 3.3% คาดเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายในกลางเดือน พ.ย.
- ครม. เห็นชอบยกเว้นภาษีนักแสดงต่างชาติที่มาถ่ายท าในไทย 5 ปี
- สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยระบุ การค้าระหว่างประเทศชะลอตัว ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เหลือเกินความต้องการ ค่าระวางเรือลดลง 1.5 – 3 เท่า
- JASIF ผลการประชุมโหวตไม่ผ่านวาระการแก้ไขสัญญาเรื่องค่าเช่าส่วนประกันรายได้ ต้องติดตามต่อว่า ADVANC จะตัดสินใจเดินหน้าต่อหรือยุติดีล
- Amazon Web Services (AWS) เตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ในไทยมูลค่า 1.9 แสนล้านบาท เพื่อเร่งตั้งศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาค
กลยุทธ์การลงทุน แม้ตลาดกำลังปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่และมีการรับรู้ความเสี่ยงการดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวของหลายประเทศไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่มองการปรับขึ้นหรือ Upside ของดัชนียังถูกจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลความเสี่ยงการถดถอยของภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น ช่วงสั้น จึงยังต้องระมัดระวังความผันผวนของดัชนี
ล็อกเป้าลงทุน
-Weekly Portfolio : ช่วงสั้นมองยังต้องระมัดระวังความผันผวนของดัชนีจากแรง กดดันของความเสี่ยงภายนอก กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy ในหุ้นที่คาดผลประกอบการออกมาดี (Earning Play) และต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้ ดังนี้
1) หุ้นธนาคาร ซึ่งคาดกำไร 3Q65 ออกมาเติบโตดี และมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากสุดจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น เลือก BBL KTB KBANK
2) หุ้น non-bank ซึ่งคาดจะพรีวิวโมเมนตัมกำไรยังแข็งแกร่งใน 3Q65 เลือก HMPRO CRC CPF ZEN SNNP AOT
3) หุ้นรอจังหวะซื้อหาก SET หลุด 1550+/- ส่งผลให้ราคาปรับลงแรง (PBV ต่ำกว่า -1SD.) สวนทางพื้นฐานที่ยังมีศักยภาพเติบโตได้ เลือก MTC GPSC BGRIM CBG SCGP ช่วงสั้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังการลงทุน สำหรับกลุ่มที่มีปัจจัยลบกดดันผลประกอบการ และ/หรือ ราคาหุ้น ดังนี้
1) หุ้นโรงกลั่น หลังคาดงบ 3Q65 อาจได้รับผลกระทบค่าการกลั่นลดลง และขาดทุนสต็อก โดยเฉพาะ บจ. ที่ไม่ได้ท า Hedging
2) หุ้นเดินเรือ ซึ่งคาดได้รับผลกระทบจากอุปทานเรือใหม่ที่เข้ามาและอุปสงค์การขนส่งสินค้าเริ่มชะลอตัวลง