“เมย์แบงก์” เชียร์ “ซื้อ” ASK กำไร 3Q ทำ All time high จากรายได้โตแกร่ง ให้ราคาเป้าหมายที่ 48 บาท
บล.เมย์แบงก์ คาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ของ บมจ.เอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง (ASK) จะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเติบโต QoQ และ YoY ใน 4Q65 จากสินเชื่อและรายได้ที่เติบโตแข็งแกร่ง ผสานการควบคุมต้นทุนที่ดี ทั้งนี้ ราคาหุ้น ASK ร่วม 34% YTD และต่ำกว่า SET 29% โดยซื้อขายที่ PER ปี 65 ที่ 10.3 เท่า และ PBV 1.6 เท่า พร้อมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.8% เรามองเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อหุ้น หลังจากที่ตลาดกังวลเรื่องต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้นและปัญหาคุณภาพสินทรัพย์มากเกินไป แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48 บาท (P/BV ปี 65 ที่ 2.5 เท่า และ ROE 17%) เราชอบ ASK ที่มีกำไรเติบโตดีและราคาหุ้นถูก
บล.เมย์แบงก์ ประเมิณกำไร 3Q65 ที่ 389 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 8% QoQ) จากการเติบโตที่แข็งแกร่งและการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานที่ดี ซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นได้ โดยสินเชื่อมีแนวโน้มเติบโต 25% YoY และ 4% QoQ เป็น 6.54 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก ASK ขยายสินเชื่อใหม่ 8.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY 3Q65 ซึ่งน่าจะหนุนให้ Nii เพิ่มขึ้น 28% YoY และ 6% QoQ ขณะที่ Non-Nii มีแนวโน้มเติบโต 34% YoY โดยได้แรงหนุนจากรายได้จากนายประกัน (เราคาดว่า ASK จะบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 330 ล้านบาท ในไตรมาส 3 นี้ (เทียบกับ 215 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปีก่อน) เนื่องจากเกิด NPL ในสินเชื่อ SME ซึ่งเราคาดว่า NPL มีแนวโน้มสูงขึ้น 15bps QoQ เป็น 2.83% ทั้งนี้ ASK จะรายงานผลประกอบการ 3Q65 ในวันที่ 11 พ.ย.นี้
จากการตรวจสอบของ เมย์แบงก์ พบความต้องการรถบรรทุกที่แข็งแกร่ง และคาดว่า การผลิตรถบรรทุกจะเติบโต YoY และ QoQ ในไตรมาส 4 นี้ อันเนื่องมาจากฤดูกาลและกิจกรรมทางธุรกิจที่ใช้รถบรรทุกเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ยอดผลิตรถบรรทุกในประเทศเพิ่มขึ้น 56% YoY ในปี 64 และ 27% YoY ใน 8 เดือนแรก ปี 65 ซึ่งคาดจะส่งผลให้สินเชื่อของ ASK เติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากยอดสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของสินเชื่อทั้งหมดของ ASK โดยในแง่ของคุณภาพสินทรัพย์ แม้ว่าเราจะเห็น NPL ใหม่บางส่วนจากสินเชื่อ SME ในปีนี้ แต่เราคาดว่า คุณภาพสินทรัพย์จะสามารถจัดการได้ และอัตราส่วน NPL จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ในไตรมาส 4 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ASK ที่ <3.0% ในปีนี้
ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มช้าสุดในกลุ่ม อานิสงส์จากอัพเกรดเครดิต โดยเมย์แบงก์ มองว่า แม้คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะสูงถึง 1.25% และ 2.0% สำหรับปีนี้และปีหน้า แต่ต้นทุนทางการเงินขง ASK น่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ากว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการอัพเกรดเครดิต 2 ระดับจาก BBB+ เป็น A (สเปรดลดลง 95-100bps) ซึ่งจะเริ่มทันทีที่บริษัทออกหุ้นกู้ใหม่ มองไปข้างหน้า ASK วางแผนที่จะออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อทดแทนเงินกู้จากธนาคาร เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารในปัจจุบันถึง 100bp