แนวโน้มตลาดวันนี้ (9 ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดเริ่มชะลอการลงตามแนวรับ หุ้นพลังงานมีโอกาสกลับมาประคองตลาดหลังราคาน้ำมันฟื้นตัว ปัจจัยภายนอก ติดตาม NFPs แต่เบื้องต้นคาดเฟดคงดอกเบี้ยปลายเดือนนี้ ตลาดรอคำตัดสินศาลฎีกา "ภาษีทรัมป์" แม้เป็นโมฆะ คาดรัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ ม. 122, 301, 232 หรือ 338 แทน ทางเทคนิค หลุดแนวรับที่ 1260 ทำให้เป็นการแกว่งตัวลง แต่แนวรับที่ 1250/1244 อาจชะลอการลงสั้น อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับอีกจะเป็นเปิดทางลงรอบใหญ่ใหม่ แนวต้าน 1260/1270
ประเด็นสำคัญ
• FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่น นลท. ใน ธ.ค. 2568 พุ่งสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” หนุนจากความคาดหวังการเมืองจะมีความชัดเจนและการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ หนุนกระแสเงินจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ธุรกิจ “ธนาคาร” ยังคงได้รับความน่าสนใจมากที่สุด
• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน ธ.ค. 2568 ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือนสู่ 51.9 จากการยุบสภาและความขัดแย้งชายแดน ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วง 1Q69 และจับตาสถานการณ์การเมือง มองกลุ่มสินค้าจำเป็น รวมถึงอาหารเครื่องดื่มมีปัจจัยสนับสนุนบ้างจากบรรยากาศช่วงหาเสียงเลือกตั้งและต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน หุ้นแนะนำ CPALL และ OSP
• กบน. มีมติลดอัตราสบทบเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากดีเซลและแก๊สโซฮอล E85 ลง 10 และ 50 สต./ลิตร ตามลำดับ และขอความร่วมมือลดราคาขายดีเซลและเบนซินลง 50 สต./ลิตร มองเป็นลบระยะสั้นต่อค่าการตลาด แต่ระยะต่อไปคาดจะกลับสู่ระดับเดิมได้หากราคาน้ำมันโลกอยู่ในแนวโน้มขาลง นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เก็งกำไรระยะสั้น OR
• ที่ประชุมบอร์ดเซมิฯ พิจารณาร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตฯ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.5 ล้านลบ. ในช่วง 25 ปีข้างหน้า และพัฒนาบุคลากรกว่า 2.3 แสนคน มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มนิคมฯ อย่าง WHA AMATA
• ติดตามการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันนี้ (9 ม.ค.) กรณีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ จะยังคงมีผลบังคับใช้หรือไม่ จากก่อนหน้าศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้เป็นโมฆะ
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Top Picks
WHA: คาดได้ Sentiment บวกระยะสั้นจากการเก็งกำไรผลคำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐฯ ประเด็นการเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ คืนนี้ ขณะที่แนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง โดยปี 2568 คาดกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ที่ 4.7 พันลบ. และเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 แรงหนุนจากลูกค้ากลุ่ม Data Center เป้าหมายระยะสั้น 3.30 บาท
PTT: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น อีกทั้งมีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PBV และ PER 2569F ที่ 0.7 เท่าและ 10.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี คาดให้ Div. Yield มากกว่า 6% เป้าหมายระยะสั้น 32.50 บาท
OSP: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเม็ดเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้งช่วยหนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและต้นทุนน้ำตาลที่ปรับลงดีต่อศักยภาพทำกำไร อีกทั้งกำไร 4Q68 คาดจะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการฟื้นตัวการบริโภคในประเทศและยอดขายต่างประเทศ รวมทั้งการคุมต้นทุนได้ดี เป้าหมายระยะสั้น 17 บาท