Market

บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ผันผวน จับตาประชุม Fed คืนนี้
16 ก.ย. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (16 ต.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์  คาด SET แกว่งผันผวน ตลาดยังอยู่ในภาวะระมัดระวังการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนหลังการประชุม Fed ในคืนนี้ โดย Bond Yield อยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังคงกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอีกทั้งปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังมีความร้อนแรงอยู่ อย่างไรก็ตาม มองตลาดรับรู้ปัจจัยกดดันไปมาก จึงอาจมีจังหวะ Buy on Dip ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุน และหุ้น Laggard ที่ยังปรับขึ้นน้อยในช่วงที่ผ่านมา ทางเทคนิคดัชนีกลับลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 75 วันอีกครั้ง บ่งชี้การเลือกทาง หากไม่หลุดอาจเห็นการรีบาวด์ระยะสั้น

 

ประเด็นสำคัญ

• คืนนี้จับตาผลประชุมนโยบายการเงินของ Fed และคาดการณ์ Dot Plot ซึ่งล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่าขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักมากถึง 94.5% ในการคาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ดันให้ Bond Yield สหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะ 5.041% สูงสุดในรอบ 19 ปี กดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงผันผวน ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) และประกัน (BLA TLI)

 

• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 2.9%DoD ปิดที่ $108.75/bbl หลังซาอุดีอาระเบียระงับการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือยันบูและยกเลิกเที่ยวเรือส่งมอบลูกค้ายุโรป สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัวที่อาจยืดเยื้อหลายสัปดาห์ ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)

 

• รมว.พาณิชย์ เผยรัฐบาลมีแนวทางต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พร้อมย้ำจะมีมาตรการอื่นเสริมด้วย เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าเดิม มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC)

 

• ครม. มีมติเห็นชอบระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มบังคับใช้ 1 ต.ค. นี้ คุ้มครองราว 30 ล้านหลังคาเรือน ครอบคลุม 3 ภัย คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท/หลังคาเรือน/ภัย ทั้งนี้ ครม. มอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบตามกรอบที่กำหนด มองบวกต่อกลุ่มประกันภัย (THRE TIPH)

 

• รมว. พาณิชย์เผยความคืบหน้าการเจรจาการค้าทีมไทยแลนด์กับสหรัฐฯ ว่าได้ข้อสรุปในหลักการแล้ว ก่อนจะมีการประชุมระหว่างผู้นำของสองประเทศไทย-สหรัฐฯ ในวันที่ 17-18 ก.ย. นี้ และจะสรุปกรอบเจรจา, วางมาตรการเยียวยา และเสนอต่อ ครม. และรัฐสภารับทราบ มองบวกต่อกลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC)

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้ดัชนีจะได้แรงพยุงจากหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งการประชุมเฟด (15–16 ก.ย.) พร้อม Dot Plot และการประชุม BoJ (18 ก.ย.) เพื่อจับตาทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อ Yen Carry Trade ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกระแส Fund Flow ทั่วโลก    กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นจังหวะ “Buy on Dip”

 

Daily Top Picks

ERW: ประเมิน RevPAR จะเพิ่มขึ้น 8%YoY ในช่วง ก.ค.-ส.ค. 2026 สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ และคาดกำไรปกติ 3Q26 จะเร่งตัวขึ้นและทำจุดสูงสุดใน 4Q26 จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันการท่องเที่ยว, Golden Week ของจีนและอีเวนต์ใหญ่ระดับโลกใน ต.ค. และการเริ่มใช้ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ใน พ.ย. เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.94 บาท

 

KTB: ปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลนโยบายการเงินตึงตัวและการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย คาดสินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและผลประกอบการมี Upside จากกำไร FVTPL เพิ่มเติมจาก THAI ประเมินกำไรปี 2026F เติบโต 1%YoY และอัตราปันผลคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.77 บาท/หุ้น (Div. Yield ที่ 6.4%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.25 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com