Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET อยู่ในโหมดพัก จับตาชายแดน
13 พ.ย 2568

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แนวโน้มตลาดวันนี้ (13 พ.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว ตลาดหลุดแนวรับสำคัญ 1300-1298 ส่งผลให้ปรับตัวลงแรงมาที่ 1285 แนวรับที่ให้ไว้พอดี นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อ 1.4 พันลบ. ผลประกอบการโค้งสุดท้ายที่ต่ำกว่าคาดกดดันตลาดระยะสั้น ในขณะที่ความเสี่ยงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเพิ่มขึ้นกดดันจิตวิทยา แม้คาดว่าไม่กระทบเศรษฐกิจและกำไรรวมนัก เทคนิคที่แนวรับ1285 อาจชะลอการลงสั้น แต่ทิศทางหลักกลับมาแกว่งลงมีแนวรับถัดไปที่ 1275/1265การขึ้นมีแนวต้าน 1290/1295

 

ประเด็นสำคัญ

• ติดตามการลงมติงบประมาณชั่วคราวของสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หากสภาผู้แทนฯ มีมติอนุมัติ กฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งต่อไป ปธน. เพื่อลงนาม

 

• OPEC คงประมาณการเติบโตอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2568 และ 2569 ที่ +1.3MBD (+1.25%) และ +1.4MBD (+1.31%) ตามลำดับ แต่มองตลาดน้ำมันจะเข้าสู่สมดุลในปี 2569 จากคาดการณ์การเติบโตอุปทานฝั่ง non-OPEC+ ที่ขยายตัวสูงขึ้นในปีนี้ 

 

• ปลัดคลังเผยว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม “คนละครึ่งพลัส” เฟสสอง ซึ่งมีจุดประสงค์ต้องการเก็บตกประชาชนที่พลาดการเข้าร่วมในเฟสแรก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่จะต้องรอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณและวงเงินที่ประชาชนจะได้รับ

 

• ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำหนุนใน พ.ย. 2568 ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากได้ผ่านพ้นวันที่มีน้ำหนุนสูงสุดไปแล้วในวันที่ 8 พ.ย. แม้จะเผชิญวันน้ำหนุนสูงอีกครั้งในวันที่ 20 ธ.ค. ซึ่งคาดจะไม่สูงมากเนื่องจากสถานการณ์น้ำในภาคเหนือคาดจะบรรเทาลง และประตูระบายน้ำมีความพร้อมในปีนี้ ต่างจากในปี 2554 ที่มีปัญหา

 

• สถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังต่างฝ่ายอ้างว่าอีกฝั่งได้เปิดฉากยิงใส่กันอีกครั้ง เป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นที่มีการลงทุนหรือธุรกิจในกัมพูชา เช่น CBG AEONTS SAV

 

• FETCO แสดงความกังวลกรณีที่หุ้น IPO จำนวนมากเปิดซื้อขายต่ำกว่าราคาจองในช่วงที่ผ่านมา มองว่ามีสาเหตุจากการตั้งราคาที่สูงเกินไป ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งเสริมการจดทะเบียนเข้าตลาดของหุ้นในอนาคตและหันไประดมทุนในต่างประเทศแทน 

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1285-1345 จุด หลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายประกาศงบ 3Q68 ของ บจ. กลุ่ม Real Sector ที่คาดว่าจะเห็นสัญญาณฟื้นตัว รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล แนะนำติดตามการปรับตัวลงของดัชนีมาที่กรอบล่าง 1285 หากหลุดต่ำกว่าจะมีความเสี่ยงของการลงรอบใหม่ในทางเทคนิค ขณะที่ปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1) การปิดหน่วยงานของราชการสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อทำระยะเวลาที่ยาวนานสุดครั้งใหม่ 2) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญทั้งภาคแรงงานและเงินเฟ้อ หากหน่วยงานราชการกลับมาเปิดได้ ซึ่งจะมีผลต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟด 3) PMI ภาคการผลิตและยอดค้าปลีก ต.ค. ของจีนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าที่จะมีผลต่อจิตวิทยาและบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

BDMS: ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไร 3Q68 ที่ออกมาสูงกว่าคาด โดยมีกำไรสุทธิ 4.3 พันลบ. เพิ่มขึ้น2%YoY และ 24%QoQ จาก EBITDA Margin ที่ดีและค่าใช้จ่ายภาษีที่น้อยกว่าคาด ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard และซื้อขาย PER 2569F ที่ 17 เท่า ต่ำกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต เป้าหมายระยะสั้น 19.50 บาท

 

BGRIM: ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากราคาก๊าซฯ ที่ปรับลงและอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสลดลงในช่วงถัดไป คาดกำไร3Q68 ที่ 525 ลบ. เพิ่มขึ้น QoQ และ 4Q68 คาดจะสูงขึ้น YoY และ QoQ จาก SPP Margin ที่กว้างขึ้นและส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าพลังงานลม ด้าน Valuation ไม่แพง ที่ PER 2569F ที่ 17เท่า ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 15.60 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com