Market

InnovestX คาด SET แกว่ง…ติดตามผลประกอบการ
6 พ.ย 2568

แนวโน้มตลาดวันนี้ (6 พ.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดไซด์เวย์/รีบาวด์ ตลาดยังติดตามผลประกอบการ 3Q68 ในโค้งสุดท้ายหลังกลุ่มธนาคารและสื่อสารออกมาดีกว่าคาดหนุนตลาดไประดับหนึ่งแล้ว ปัจจัยภายนอกตัวเลข ศก.สหรัฐฯ ที่ดีทั้ง ADP Employment และ ISM Services หนุนจิตวิทยาตลาดหุ้นรวม แม้ภาคแรงงานสหรัฐฯ ที่ดีอาจจะทำให้ความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยเฟดน้อยลง บวกกับหุ้นเอเชียลดลง เทคนิคตลาดรีบาวด์ที่แนวรับ 1285 ที่ให้ไว้ หากแกว่งขึ้นต่อต้องยืนเหนือ 1300/1305 ส่วนการลงอย่าหลุด 1285 อีก

 

ประเด็นสำคัญ

• ภาวะเงินเฟ้อไทยใน ต.ค. 2568 หดตัว 0.76%YoY หดตัวสูงกว่าที่ตลาดและเราคาดไว้และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่เจ็ด สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังมีอยู่ และประเมินจะติดลบต่อใน พ.ย. 2568 จากราคาน้ำมันและอาหารที่ลดลงต่อเนื่องและนโยบายลดค่าครองชีพ

 

• กกร. คงประมาณการเติบโต ศก. ไทย ปี 2568 ที่ 1.8-2.2% แม้ได้ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 9.5-10.5% จากเดิมที่ 2-3% เนื่องจากการสินค้าส่งออกที่เติบโตมีสัดส่วน Local Content ต่ำและเป็นทองคำ และมอง ศก. ไทยอาจเติบโตได้ถึง 2.5% หากมีปัจจัยการเร่งเบิกจ่ายงบฯ ปี 2569 ควบคู่กับมาตรการกระตุ้น ศก. จากภาครัฐ

 

• นายกฯ เผยรัฐบาลเตรียมจะผลักดัน “คนละครึ่งพลัส” เฟสสอง จากกระแสข่าวก่อนหน้าจะเป็นการให้สิทธิ์สำหรับผู้ที่พลาดจากเฟสปัจจุบันไป คาดจะทำได้ในช่วงครึ่งหลังของ ธ.ค. 2568 ทันก่อนการยุบสภา

 

• ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มเห็นสัญญาณกลับตัวหลัง ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนใน ต.ค. 2568 เพิ่มขึ้น 4.2 หมื่น สูงกว่าที่ตลาดคาดและเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ก.ค. หนุนจากการจ้างงานในบริษัทขนาดใหญ่และในภาคขนส่ง, สาธารณูปโภค และการค้า

 

• จีนประกาศระงับการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมอัตรา 24% ต่อสินค้าจากสหรัฐฯ เป็นเวลา 1 ปี แต่จะคงเก็บภาษีในอัตรา 10% ต่อไป และประกาศยกเลิกภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าเกษตรสหรัฐฯ บางรายการ จากเดิมที่เก็บในอัตราสูงสุดที่ 15% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. นี้

 

• MSCI ประกาศปรับหุ้นเข้าออกดัชนีรอบ พ.ย. 2568 MSCI Global Small Cap Index ได้ปรับ 1 หุ้นเข้า - M และ 5 หุ้นออก – AAV CKP JTS QH และ TPIPP แต่ไม่มีการปรับ MSCI Global Standard Index มีผลตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. เป็นต้นไป

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1280-1345 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 3Q68 ของ บจ. กลุ่ม Real Sector หลังงบหุ้นธนาคารส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าตลาดคาด และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล อาทิ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย โดยจะรับซื้อหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและค้างชำระไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ขณะที่เงินเฟ้อไทย ต.ค. 2568 ติดลบมากกว่าที่ตลาดและเราคาดไว้ ปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น การจ้างงาน ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ และดุลการค้า ต.ค. 2568  หากออกมาแย่ ตลาดจะให้น้ำหนักเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงต่อใน ธ.ค. นี้ 2) การประชุม BoE คาดมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย และ 3) งบ 3Q68 ของ บจ. ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่คาดจะดีกว่าตลาดคาด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

 

OR: มีปัจจัยกระตุ้นจากค่าการตลาดที่ได้ผลบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับลงและแนวโน้มกำไรสุทธิใน 3Q68 คาดออกมาดีที่ 2.6 พันล้านบาท (+26%QoQ) และพลิกจากขาดทุน 1.6 พันลบ. ใน 3Q67 หนุนจากค่าการตลาดที่สูงขึ้นและยอดขาย Café Amazon ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนกําไร 4Q68 คาดว่ายังดีต่อ เป้าหมายระยะสั้น 14.90 บาท

 

KTB: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งแรกที่ 0.43 บาท/หุ้น (XD 11 พ.ย.) และมี Upside จากการบริหารเงินทุนผ่านโอกาสการซื้อหุ้นคืนที่อยู่ระหว่างพิจารณาและโอกาสจ่ายปันผลสูงขึ้น ประเมิน Div. Yield ในปี 2568–70 ราว 7.9-8.6% ความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ที่ตํ่า Valuation ที่ไม่แพง เป้าหมายระยะสั้นที่ 28.50 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com