หุ้นไทยวันนี้แนวโน้มอ่อนตัว แรงกดดันหลักมาจากกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เพื่อคุมเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง นำโดยเฟด จับตาตัวเลขเงินเฟ้อประกาศพรุ่งนี้ ไอเอ็มเอฟปรับลด GDP โลกปีหน้าเหลือ 2.7% และคาดมีแรงขายลดเสี่ยงก่อนหยุดยาว 4 วันของไทย แนะนำลงทุนหุ้นปัจจัยบวกหนุน BDMS คาดงบสวย และ TU ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (12 ต.ค.) บล. กรุงศรี ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,555 จุด ดัชนียังคงถูกกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอยหลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และธนาคารกลางต่างๆเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ,การลดความเสี่ยงก่อนรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐในวันพรุ่งนี้ (คาด CPI ลดลงสู่ 8.1% แต่ Core CPI เพิ่มขึ้นเป็น 6.5%) รวมถึงแรงขายก่อนหยุดยาว 4 วันของตลาดหุ้นไทยจะกดดันต่อดัชนี ดังนั้นจึงแนะนำ Selective buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy แนะนำหุ้น AOT CENTEL ERW BA AAV BDMS BH อานิสงส์การเปิดประเทศ ส่วน KBANK BBL SCB KTB TTB อานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น และ CPF TU GFPT TFG เข้าสู่ High season การส่งออกและอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลง
หุ้นแนะนำวันนี้
- BDMS (ซื้อ/เป้า 34 บาท) กำไรยังเป็นขาขึ้น คาด 3Q22 มีกำไรสุทธิ 2.9 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 9.4%เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ เพิ่มขึ้น 16.2%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
-TU (ซื้อ/เป้า 20 บาท) ได้ Sentiment บวกเงินบาทอ่อนค่า เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวไม่กระทบแต่เป็นบวก ทูน่ากระป๋องในยุโรปเสมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบ้านเรา (** บล.กรุงศรีเป็น Co-Underwriter ITC**)
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) IMF คงคาดการณ์ GDP โลกปีนี้แต่ลดคาดการณ์ในปีหน้า: IMF คงคาดการณ์ GDP โลกในปีนี้ที่ 3.7% ตามเดิม แต่มีมุมมองลบต่อแนวโน้ม เศรษฐกิจในปีหน้าพร้อมกับปรับลดคาดการณ์ GDP โลกลงจากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.9% เป็นขยายตัว 2.7% โดยมี 3 ปัจจัยลบ คือ สงครามยูเครนรัสเซีย, วิกฤติค่าครองชีพ, และเศรษฐกิจจีนชะลอตัว
(-) WTI หลุด 90 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลเศรษฐกิจชะลอตัวกดดันดีมานด์: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.78 ดอลลาร์ (-2%) ปิดที่ระดับ 89.35 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอยจะทำให้ความต้องการน้ำมันดิบทั่วโลกลดลง อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น (ล่าสุด Dollar Index =113.4)
(-) FED Minutes เราให้น้ำหนักโทนลบคาดกรรมการส่วนใหญ่หนุนขึ้นดอกเบี้ย: FED จะเปิดเผยรายงานการประชุมในคืนวันนี้ คาดกรรมการส่วนใหญ่จะยังหนุนให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะปรับตัวลงจนแตะกรอบเป้าหมายที่ระดับ 2% นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่จะเข้ามากดดันบรรยากาศการลงทุนของตลาดในวันนี้