แนวโน้มตลาดวันนี้ (17 มิ.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งในกรอบ โดยน่าจะยังเห็นการสลับกลุ่มลงทุนมายังหุ้นที่ Laggard ตลาดยังจับตาการลงนามข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างเป็นทางการในปลายสัปดาห์นี้ และผลการประชุม Fed คืนนี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% รวมทั้งความเห็นของเควิน วอร์ช ปธ. Fed คนใหม่และการเปิดเผย dot plot ของเจ้าหน้าที่ Fed เพื่อหาสัญญาณบ่งชึ้แนวโน้มดอกเบี้ย ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวช่วงสั้น แต่หากยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย10 วันได้ ภาพรวมยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงหลุด US$80/bbl ในรอบ 3 เดือน รับข่าวการลงนามสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านวันที่ 19 มิ.ย. นี้ โดยทรัมป์เตรียมเปิดรายละเอียด MoU ต่อสภาคองเกรส และย้ำข้อตกลงนี้จะจำกัดไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ มองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่กดดันกลุ่มพลังงาน
• ตัวเลขเศรษฐกิจจีนใน พ.ค. 2569 สะท้อนสัญญาณชะลอตัว ยอดค้าปลีกพลิกหดตัว 0.6%YoY เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จีนเปิดประเทศในช่วง COVID-19 เมื่อปลายปี 2565 ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตอสังหาฯ และตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ มองลบต่อกลุ่ม China Play (PTTGC IVL SCGP)
• รมว. พลังงานเตรียมกำหนดค่าไฟประเภท 9 คุมเข้มกลุ่ม Data Center โดยจะคิดค่าไฟสูงกว่ากลุ่มอื่นเพื่อนำส่วนต่างไปอุดหนุนภาคส่วนอื่น โดยอยู่ระหว่างฟังความเห็นจาก กกพ. หากเกิดขึ้นจริงคาดมีผลกระทบจำกัดต่อกระแสลงทุน เพราะเป็นเกณฑ์สากลและไทยมีเสถียรภาพระบบไฟฟ้าสูงสุดในภูมิภาค
• กองทุนน้ำมันฯ ฐานะดีขึ้น ยอดติดลบลดลงเหลือ 5.7 หมื่น ลบ. หลังปรับทบทวนสูตรคำนวณใหม่และอายัดเงินคืนจากผู้ค้าที่กักตุนน้ำมันอีก 3 หมื่น ลบ. ส่งผลให้คลังไม่ต้องออก พ.ร.ฎ. ค้ำประกันเงินกู้ มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมันจากคลายกังวลโดนแทรกแซงค่าการตลาด
• BoJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps สู่ระดับ 1% สูงที่สุดในรอบ 31 ปี เพื่อควบคุมเงินเฟ้อจากการพุ่งของราคาพลังงาน รองผู้ว่าฯ BoJ เผยการปรับขึ้นดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วง 2H26 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MoU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ที่ลดลงบริษัทมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท
OSP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ขณะที่สภาพอากาศร้อนจาก El Nino และไทยช่วยไทยพลัสหนุนปริมาณการบริโภคใน 2Q69 โดยเฉพาะยอดขายในประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 15.90 บาท