พฤกษา โฮลดิ้ง เผยครึ่งปีแรกธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งทั้งกลุ่ม รายได้รวมเพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 120% สะท้อนการบริหารพอร์ตธุรกิจและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเดินหน้า Reshape Portfolio และ ปลดล็อกศักยภาพของสินทรัพย์เพิ่มสัดส่วนการสร้างรายได้ประจำ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 15% ธุรกิจเฮลท์แคร์มีรายได้เติบโต 10% และมี EBITDA เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เดินหน้ากลยุทธ์ “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” ให้เชื่อมโยงทั้งระบบ สร้างทั้ง Recurring Income และ Well-Living Ecosystem ที่เชื่อมโยง “ที่อยู่อาศัย–สุขภาพ–บริการ”
คุณปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ของกลุ่มฯ เห็นการเติบโตพร้อมกันทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ ทำรายได้รวม 7,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ 197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 29.5% ในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่งสถานะทางการเงินได้ดี มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.23 เท่า ลดลงจาก 0.28 เท่า ณ สิ้นปี 2568 และมีต้นทุนการกู้ยืมเฉลี่ย 2.5% ในขณะที่มีอัตราส่วนสภาพคล่องมากกว่า 3 เท่า พร้อมด้วยวงเงินสินเชื่อรวม 17,200 ล้านบาท รองรับการลงทุนและการขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำในอนาคต พร้อมทั้งประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ 0.05 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายนนี้
“ทิศทางของพฤกษาไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตของรายได้ แต่เรากำลังสร้างโครงสร้างธุรกิจที่สามารถดูแลลูกค้าได้ตลอดช่วงชีวิต ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับกลุ่มในระยะยาว” คุณปัทมากล่าว
ภายใต้ทิศทางดังกล่าว พฤกษาเดินหน้าบริหารสินทรัพย์รายได้ และกลยุทธ์ Reshape Portfolio เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนอกจากธุรกิจโรงพยาบาลซึ่งเป็นฐาน Recurring Income สำคัญแล้ว ยังต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ อาทิ OMEGA Smart Warehouse และiPlern (First Branded Apartment แห่งแรกในตลาด) เพื่อเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างรายได้และสร้างกระแสรายได้ประจำในระยะยาว
โครงการ OMEGA Smart Warehouse ที่บางนา ศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์อัจฉริยะที่ออกแบบเพื่อรองรับระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ มีพื้นที่รวมประมาณ 217,000 ตารางเมตรจำนวน 3 อาคาร รองรับระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติที่สามารถจัดเก็บสินค้าได้สูงสุดกว่า 155,000 พาเลต ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 ภายใต้โมเดลรายได้ที่มีการรับประกันรายได้ขั้นต่ำ ควบคู่กับการแบ่งปันผลกำไร พร้อมสัญญาบริการระยะยาว 20 ปี OMEGA จึงไม่เพียงเป็นการขยายพอร์ตไปสู่ Smart Logistics แต่ยังสะท้อนแนวทาง Asset-Optimized และ Capital-Efficient ของพฤกษา ที่มุ่งนำสินทรัพย์และความเชี่ยวชาญของกลุ่มมาสร้างมูลค่าเพิ่มและกระแสรายได้ระยะยาว ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อรองรับการลงทุนและการพัฒนา Well-Living Ecosystem ต่อไปในอนาคต
ขณะเดียวกัน พฤกษายังต่อยอดด้านการพัฒนาและก่อสร้างที่อยู่อาศัยสู่ธุรกิจ iPlern Branded Apartment โดยมีแผนพัฒนาเริ่มต้นรวม 60 อาคาร 4,300 ห้อง ใน 6 ทำเลยุทธศาสตร์ ครอบคลุมแหล่งงาน แหล่งการศึกษา และพื้นที่ EEC รองรับลูกค้าหลากหลาย Segment ด้วยอัตราค่าเช่าประมาณ 3,000 – 10,000 บาทต่อเดือนปัจจุบัน iPlern เปิดดำเนินการแล้ว 6 อาคาร และมีผู้เช่าเต็ม100% ประกอบด้วย รังสิต 2 อาคาร ลำลูกกา 3 อาคาร และบ่อวิน 1 อาคาร พร้อมเตรียมเปิดเพิ่มเติมอีก 34 อาคารในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 และอีก 20 อาคารในปี 2570 โมเดลธุรกิจอพาร์ตเมนต์ให้เช่าที่พัฒนาและบริหารเป็นพอร์ตขนาดใหญ่ เพื่อสร้างรายได้ค่าเช่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาว คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนสุทธิ (Net Yield) ประมาณ 7–8% โครงการสามารถเริ่มสร้างรายได้จากการให้เช่า (Time to Cash) ได้ภายใน 4 เดือน และลดภาระค่าบำรุงรักษาระยะยาวด้วย ที่สำคัญ iPlern ยังสามารถเชื่อมต่อกับบริการด้านสุขภาพภายในกลุ่ม
คุณธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ครึ่งปีแรก 2569 จำนวน 5,942 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้การโอนคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น 66% และทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 10% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารสินค้าพร้อมขายและเร่งโอนกรรมสิทธิ์ แม้ตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อ การแข่งขันด้านราคา และความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ สำหรับแผนพัฒนาโครงการในปี 2569 พฤกษาวางแผนเปิดโครงการใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่ารวม 7,260 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 4โครงการ มูลค่า 4,060 ล้านบาท และเตรียมเปิดอีก 2โครงการในครึ่งปีหลัง มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ได้แก่CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA คอนโดมิเนียม Pet-Friendly และ CHAPTER ONE RISE THAPHRA คอนโดมิเนียม High-Rise ใกล้ MRT ท่าพระ ในช่วงไตรมาส 3 ยังคงกระตุ้นตลาดต่อเนื่อง
นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัดเปิดเผยรายได้ครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มโรงพยาบาลวิมุต เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 1,150 ล้านบาท และมี EBITDA 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% สะท้อนการเติบโตทั้งด้านจำนวนผู้รับบริการ รายได้ต่อบิลของผู้ป่วย และประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน
สำหรับโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ได้เดินหน้าพัฒนาการแพทย์เชิงกลยุทธ์ 5 ด้าน ภายใต้แนวคิด “เข้าใจความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด” ได้แก่ ปอด หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ สุขภาพผู้หญิง ทั้งนรีเวช และเต้านมศูนย์ระบบทางเดินอาหาร และล่าสุดเดินหน้าขยายบริการสุขภาพเมตาบอลิกและต่อมไร้ท่อ (Metabolic Health and Endocrine) โดยเน้นทีมแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพในการวางแผนดูแลผู้ป่วย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะซับซ้อน พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลมุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กร ผู้ถือประกันสุขภาพ และผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากเมียนมา จีน และตะวันออกกลาง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและลดผลกระทบจากแนวโน้มระบบร่วมจ่าย (Co-Payment) ของธุรกิจประกันสุขภาพ
จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่เติบโตทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ พฤกษา โฮลดิ้ง ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Asset-Optimized, Capital-Efficient และ Well-Living-Focused อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ สร้างสมดุลระหว่างรายได้จากธุรกิจหลักและรายได้ประจำ ตลอดจนเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจที่อยู่อาศัยกับบริการสุขภาพให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งวางรากฐานการเติบโตในครึ่งปีหลังและระยะยาว