บมจ.เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค เดินหน้า รุกขยายกำลังการผลิตไลน์ที่ 3 ของภาคการเกษตร ใช้นวัตกรรม Robot ในการผลิตทั้งหมด ติดตั้งเสร็จภายในกันยายนนี้ พร้อมเดินเครื่องไตรมาส 4 นี้ เพื่อรองรับการขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต ประเดิมบุกตลาด CLMV พร้อมศึกษาตลาดนิวซีแลนด์ เมืองแห่งเกษตรกรรม
นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร เปิดเผยว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างเพิ่มไลน์กำลังการผลิตที่3 ของภาคการเกษตร เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ และต่างประเทศ หลังจากบริษัทฯ วางแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น คาดว่าจะติดตั้งเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ และจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 นี้
สำหรับไลน์ผลิตดังกล่าว จะใช้นวัตกรรม Robot ในการควบคุมการผลิต จำนวน 5 ตัว และมีพนักงานควบคุมเพียง 2 คน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง เพิ่มความสามารถในการแข่งขันไปยังตลาดต่างประเทศได้ดีขึ้น ในขณะที่ไลน์ผลิตที่ 1 และ 2 เป็นรูปแบบการผลิตแบบเมนนวล (manual) ทั้งหมด
“ ปัจจุบันไลน์ที่ 1 และ 2 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1 นาทีต่อการผลิต 1 แผ่นใบผาล ใช้พนักงานควบคุมทั้งหมด 11 คน ขณะที่ในไลน์ผลิตที่ 3 กำลังการผลิตอยู่ที่ 1 นาทีต่อการผลิต 1 แผ่นใบผาลเช่นกัน แต่จะใช้พนักงานควบคุมเพียง 2 คน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง อย่างไรก็ตาม 2 ไลน์ผลิตแรก สามารถผลิตใบผาลได้ประมาณ 1,000 แผ่นต่อวัน ซึ่งถือว่าเต็มความต้องการของคูโบต้า ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ KWM แต่ไลน์ผลิตที่ 3 จะเข้ามาเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 2 เท่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่ดีให้กับบริษัทฯด้วย ”
สำหรับแผนการเพิ่มไลน์ที่ 3 ทำให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมมุ่งเน้นขยายไปในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม) เป็นแห่งแรก นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในการขยายตลาดสู่ประเทศนิวซีแลนด์ เนื่องจากเป็นประเทศเกษตรกรรม โดยปัจจุบันมีคู่ค้าจากประเทศนิวซีแลนด์ เข้ามาเจรจากับทางบริษัทฯในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน
ส่วนความคืบหน้า บริษัท เคดับบลิวเอชบี จำกัด (“KWHB”) นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 นี้ ก่อนที่จะติดตั้งเครื่องสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรไทย พืชกระท่อม และดำเนินการสกัดในเชิงพาณิชย์ในขั้นตอนต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขอเลขที่จดแจ้งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสารสกัดจากพืชกระท่อม จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะเริ่มวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส1/2566